⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2536/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2536/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ไม่มีเหตุป้องกันตนและเป็นการฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาเป็นความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา. การพาอาวุธปืนไปในป่าสงวนแห่งชาติซึ่งไม่ใช่หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร ไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยคว้าเอาอาวุธ ปืนแก๊ปยาวที่ผู้ตายพิงไว้ที่ต้นไม้มายิงผู้ตายในทันทีทันใดโดยไม่มีเหตุป้องกันตน การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ที่เกิดเหตุอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ หลังเกิดเหตุจำเลยพาอาวุธปืนเดินไปตามป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติไม่ปรากฏว่าเป็นทางที่ประชาชนใช้ในการจราจร ไม่มีหมู่บ้านเพราะเดินอ้อมภูเขา จึงไม่อาจถือได้ว่าจำเลยพาอาวุธปืนไปในหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯพ.ศ. 2490 มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1574

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืนพ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8, ทวิ, 72, 72 ทวิ คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 44 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2519 ข้อ 3, 6, 7ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289, 91 จำเลยให้การรับสารภาพข้อหามีอาวุธปืนแก๊ปยาวไว้ในครอบครองปฏิเสธข้อหาอื่น ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืนพ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสองคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 44 ลงวันที่ 21 ตุลาคม2519 ข้อ 3, 6, 7 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 91 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรม ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ข้อหามีอาวุธปืน จำคุก 1 ปี ข้อหาพาอาวุธปืน จำคุก 6 เดือน ข้อหาฆ่าผู้อื่น จำคุก 15 ปี คำรับสารภาพชั้นสอบสวนชั้นพิจารณาและคำเบิกความของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ข้อหามีอาวุธปืน ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ข้อหาพาอาวุธปืนและข้อหาฆ่าผู้อื่น ลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78คงลงโทษข้อหามีอาวุธปืน จำคุก 6 เดือน ข้อหาพาอาวุธปืน จำคุก4 เดือน และข้อหาฆ่าผู้อื่น จำคุก 10 ปี รวมจำคุก 10 ปี 10 เดือนข้อหาอื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ข้อหาฆ่าผู้อื่นและพาอาวุธปืน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นฟังได้ว่า ตามวันเวลา และสถานที่เกิดเหตุ จำเลยให้อาวุธปืนแก๊ปยาวยิงนายสุวรรณบัวระวงศ์ ผู้ตาย ถูกที่ศีรษะและกลางหลัง เป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาหรือไม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยคว้าเอาอาวุธปืนแก๊ปยาวที่ผู้ตายพิงไว้ที่ต้นไม้มายิงผู้ตายในทันทีทันใดโดยไม่มีเหตุป้องกัน การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 ส่วนข้อหาฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ให้มีอาวุธปืนติดตัวนั้น โจทก์มีนางศรีดาเป็นพยานเบิกความว่า จำเลยถืออาวุธปืนแก๊ปยาวมาชวนหนีหลังจากจำเลยยิงผู้ตายแล้ว และคงถืออาวุธปืนดังกล่าวต่อไป โดยหลบหนีเข้าป่าและเดินอ้อมภูเขา เมื่อถึงถนนใหญ่สายพิษณุโลก-อุตรดิตถ์ ก็ไม่เห็นอาวุธปืนดังกล่าวอยู่ที่จำเลย ไม่ทราบว่าจำเลยทิ้งอาวุธปืนไว้ที่ใดนายทองสุข บัวระวงศ์ พยานโจทก์อีกปากหนึ่งเบิกความตอบคำถามค้านของทนายจำเลยว่า ที่เกิดเหตุในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งจำเลยนำสืบว่าเมื่อหนีไปได้ประมาณ 1 กิโลเมตร เห็นว่าอาวุธปืนไม่มีกระสุนจึงโยนทิ้งลงเขาไป เห็นว่าที่เกิดเหตุอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติหลังเกิดเหตุจำเลยพาอาวุธปืนเดินไปตามป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติไม่ปรากฏว่าเป็นทางที่ประชาชนใช้ในการจราจร ไม่มีหมู่บ้าน เพราะเดินอ้อมภูเขา จึงไม่อาจถือได้ว่าจำเลยพาอาวุธปืนไปในหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตตามฟ้องของโจทก์ การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนวัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ให้ลงโทษจำคุกตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2536/2536 พนักงานอัยการ จังหวัด พิษณุโลก โจทก์ นาย สนอง รอด เกลี้ยงหรือขุนระวุฒิ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด พิษณุโลก · จำเลย - นาย สนอง รอด เกลี้ยงหรือขุนระวุฒิ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เจริญ นิลเอสงฆ์ · เพ็ง เพ็งนิติ · บุญธรรม อยู่พุก
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1203/2482ฎีกา 1597/2522ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 138/2532ฎีกา 268/2482ฎีกา 593/2510ฎีกา 1336/2553ฎีกา 619/2513ฎีกา 226/2529ฎีกา 2015/2521ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1162/2508ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 9308/2546ฎีกา 2470/2515ฎีกา 3237/2543ฎีกา 1005/2532ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 1165/2537ฎีกา 3259/2525ฎีกา 3380/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา