คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2634/2536
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้ขับขี่รถที่เอาประกันภัยไม่มีใบอนุญาตขับขี่หรือไม่เคยได้รับใบอนุญาตขับขี่มาก่อน จะไม่เป็นเหตุให้บริษัทประกันภัยปฏิเสธความรับผิด หากความเสียหายที่เกิดขึ้นมิใช่เกิดจากความประมาทของผู้ขับขี่ และบริษัทประกันภัยไม่ได้ยกข้อต่อสู้หรือฟ้องกล่าวอ้างถึงความประมาทของผู้ขับขี่นั้น
ย่อคำพิพากษา
เงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัยกำหนดว่า การประกันภัยไม่คุ้มครองการขับขี่โดยบุคคลที่ไม่เคยได้รับใบอนุญาตขับรถยนต์ใด ๆ หรือเคยได้รับแต่ขาดต่ออายุเกินกว่า 180 วัน หรือเคยได้รับแต่ถูกตัดสิทธิตามกฎหมายในการขับรถยนต์ในเวลาเกิดอุบัติเหตุ แต่การยกเว้นนี้จะไม่นำมาใช้ในกรณีที่มีความเสียหายต่อรถที่เกิดขึ้นมิใช่ความประมาทของผู้ขับขี่รถยนต์ที่เอาประกันภัยดังนี้ แม้จะปรากฏว่าในขณะเกิดเหตุรถยนต์ชนกัน ผู้ขับขี่รถที่เอาประกันภัยไม่มีหรือไม่เคยได้รับใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ก็ตาม เมื่อจำเลยมิได้ต่อสู้ไว้ว่าเหตุเกิดเพราะความประมาทของผู้ขับขี่ และฟ้องมิได้กล่าวไว้เช่นนั้น จำเลยย่อมไม่อาจนำข้อยกเว้นดังกล่าวมาใช้ปัดความรับผิด
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของรถยนต์ หมายเลขทะเบียน5ฉ-4573 กรุงเทพมหานคร โจทก์ได้ให้นายขวัญ สายเสน เช่าซื้อรถยนต์ไปในราคา 434,016 บาท และนายขวัญได้ทำสัญญาประกันภัยความเสียหายต่อรถยนต์คันดังกล่าวไว้กับจำเลย ในวงเงิน 310,000บาท โดยระบุให้โจทก์เป็นผู้รับประโยชน์ ต่อมาขณะอยู่ในระหว่างอายุสัญญาประกันภัย นายขวัญได้ขับรถยนต์คันดังกล่าวไปประสบอุบัติเหตุชนกับรถยนต์ หมายเลขทะเบียน ก-0125 สุโขทัย เป็นเหตุให้นายขวัญถึงแก่ความตาย และรถยนต์ที่เอาประกันภัยได้รับความเสียหายทั้งคัน โจทก์ในฐานะผู้รับประโยชน์ตามสัญญาประกันภัยจึงได้เรียกให้จำเลยชำระค่าสินไหมทดแทนความเสียหายจำนวน 310,000บาท ตามสัญญา แต่จำเลยเพิกเฉย โจทก์ขายทอดตลาดซากรถยนต์คันดังกล่าวได้เงิน 90,000 บาท เมื่อนำไปหักออกแล้วจำเลยยังคงต้องรับผิดต่อโจทก์อีก 220,000 บาท ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน239,250 บาท พร้อมดอกเบี้ย
จำเลยให้การว่า นายขวัญ สายเสน ผู้ขับรถในขณะเกิดเหตุไม่มีหรือไม่เคยได้รับอนุญาตขับขี่รถยนต์ซึ่งเป็นการผิดเงื่อนไขบังคับก่อนตามสัญญาประกันภัยที่ได้ทำไว้กับจำเลย จำเลยจึงไม่ต้องรับผิด ทั้งโจทก์นำซากรถคันเกิดเหตุขายทอดตลาดโดยพลการ ไม่ได้แจ้งให้จำเลยตรวจสอบความเสียหายและเข้าร่วมประมูลซื้อด้วย จึงไม่ถูกต้อง เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต หากขายทอดตลาดโดยถูกต้องจะได้เงินไม่น้อยกว่า 180,000 บาท ความเสียหายของโจทก์จึงมีไม่เกิน 130,000 บาท ซึ่ง ผู้ค้ำประกันได้ชำระหนี้ส่วนนี้ให้โจทก์แล้วจึงไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหาย และคิดดอกเบี้ยในเงินตามฟ้องเอาจากจำเลยได้ ขอให้ยกฟ้องโจทก์
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 220,000 บาท ให้โจทก์พร้อมดอกเบี้ย
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เงื่อนไขดังกล่าวกำหนดไว้ว่า การประกันภัยนี้ไม่คุ้มครองการขับขี่โดยบุคคลที่ไม่เคยได้รับใบอนุญาตขับรถยนต์ใด ๆ หรือเคยได้รับแต่ขาดต่ออายุเกินกว่า 180 วัน หรือเคยได้รับแต่ถูกตัดสิทธิตามกฎหมายในการขับรถยนต์ในเวลาเกิดอุบัติเหตุ แต่การยกเว้นนี้จะไม่นำมาใช้ในกรณีที่ความเสียหายต่อรถยนต์ที่เกิดขึ้น และมิใช่ความประมาทของผู้ขับขี่รถยนต์ที่เอาประกันภัยตามกรมธรรม์นี้ ดังนี้ แม้จะปรากฏว่าในขณะเกิดเหตุรถยนต์ชนกัน นายขวัญผู้ขับรถยนต์ที่เอาประกันภัยไม่มีหรือไม่เคยได้รับใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ก็ตาม แต่เมื่อจำเลยมิได้ต่อสู้ว่าเหตุเกิดเพราะความประมาทของนายขวัญ และฟ้องโจทก์มิได้กล่าวไว้เช่นนั้น จำเลยย่อมไม่อาจนำข้อยกเว้นดังกล่าวมาใช้เพื่อปัดความรับผิดได้ จำเลยจึงต้องรับผิดตามสัญญาประกันภัย ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2634/2536
บริษัท โอน เชี่ยนลิสซิ่ง จำกัด โจทก์
บริษัท ไทย พัฒนา ประกันภัย จำกัด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัท โอน เชี่ยนลิสซิ่ง จำกัด · จำเลย - บริษัท ไทย พัฒนา ประกันภัย จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | บุญธรรม อยู่พุก · เริงธรรม ลัดพลี · สังเวียน รัตนมุง |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ