⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3233/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3233/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์ฟ้องคดีใหม่เพื่อบังคับตามสัญญาประนีประนอมยอมความที่จำเลยผิดสัญญา ถือเป็นการฟ้องซ้ำกับคดีก่อนที่โจทก์มีอำนาจฟ้องบังคับคดีตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นแล้ว

ย่อคำพิพากษา

เมื่อจำเลยที่ 1 และที่ 2 ผิดสัญญาประนีประนอมยอมความโดยไม่ยอมรื้อเรือนและร้านค้าออกจากที่ดินพิพาท และจำเลยที่ 3เป็นบริวารจำเลยที่ 1 ที่ 2 โจทก์ก็ชอบที่จะดำเนินการบังคับคดีเอาแก่จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ในคดีก่อนโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสามเป็นคดีนี้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.148 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.271

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายจำนวน 101,000 บาทและค่าเสียหายอีกวันละ 1,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนถึงจำเลยรื้อเรือนออกพร้อมทั้งดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ของเงินที่จำเลยจะต้องชำระแก่โจทก์นับแต่วันฟ้องจนถึงวันจำเลยรื้อถอนเรือน จำเลยทั้งสามให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์อาจฟ้องเรียกค่าเสียหายในคดีเดิมคือในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 23/2529 ของศาลชั้นต้นได้ โจทก์มาฟ้องคดีนี้จึงเป็นการรื้อร้องฟ้องกันอีกในประเด็นที่ศาลได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148 พิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่โจทก์ฎีกาว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องคดีนี้นั้น ข้อเท็จจริงได้ความว่า คดีก่อนโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยที่ 1และที่ 2 ให้ออกจากที่ดินพิพาท ส่วนจำเลยที่ 3 เป็นบริวารของจำเลยที่ 1 และที่ 2 โจทก์กับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีดังกล่าว โดยโจทก์ยอมยกที่ดินเนื้อที่91 ตารางวา ให้แก่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ส่วนจำเลยที่ 1 และที่ 2ยอมจะรื้อเรือนเลขที่ 79 และร้านค้าออกจากที่ดินพิพาทของโจทก์ภายใน 1 ปี 6 เดือน นับแต่วันทำสัญญาประนีประนอมยอมความ ถ้าจำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่ทำการรื้อถอนภายในกำหนด จำเลยที่ 1 และที่ 2จะต้องคืนที่ดินส่วนที่โจทก์ยกให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ดังกล่าวให้แก่โจทก์ และศาลได้พิพากษาตามยอมแล้ว ดังนี้ คำพิพากษาตามยอมในคดีก่อนย่อมผูกพันโจทก์ จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ซึ่งเป็นบริวารนับแต่วันที่ศาลได้มีคำพิพากษาตามยอม เมื่อจำเลยที่ 1และที่ 2 ผิดสัญญาประนีประนอมยอมความโดยไม่ยอมรื้อเรือนและร้านค้าออกจากที่ดินพิพาท โจทก์ชอบที่จะดำเนินการบังคับคดีเอาแก่จำเลยที่ 1ที่ 2 และที่ 3 ซึ่งเป็นบริวารในคดีก่อน โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสามเป็นคดีนี้ ดังนั้น ปัญหาที่โจทก์ฎีกาว่า ฟ้องโจทก์คดีนี้เป็นฟ้องซ้ำกับคดีก่อนหรือไม่ จึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรที่จะได้รับการวินิจฉัย ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษามานั้นชอบแล้วฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3233/2536 นาย สนอง ศรีอินทร์ กับพวก โจทก์ นาง สวน ขาว สอาด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย สนอง ศรีอินทร์ กับพวก · จำเลย - นาง สวน ขาว สอาด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประยูร มูลศาสตร์ · ก้าน อันนานนท์ · ณรงค์ ตันติเตมิท
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 795/2543ฎีกา 681/2506ฎีกา 770/2535ฎีกา 2439/2531ฎีกา 99/2541ฎีกา 1342/2509ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2409/2551ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 3099/2524ฎีกา 3219/2534ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 2572/2541ฎีกา 1360/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 161/2507ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 713/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ