คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3460/2536
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเข้าไปในเคหสถานของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันสมควร เป็นความผิดฐานบุกรุก การหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่นเพื่อบังคับให้ผู้นั้นกระทำการใดๆ เป็นความผิดฐานพยายามข่มขืนใจผู้อื่น การกระทำดังกล่าวอาจเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท
ย่อคำพิพากษา
ขณะเกิดเหตุโจทก์ร่วมไม่ได้เป็นภรรยาน้อยของจำเลยเพราะต่างสมัครใจเลิกร้างขาดจากการอยู่กินฉันสามีภรรยากันแล้ว การที่จำเลยถืออาวุธปืนเข้าไปในบ้านของโจทก์ร่วมพูดในลักษณะขู่เข็ญว่าจำเลยจะกลับมาอยู่กินกับโจทก์ร่วมให้ได้ ใช้มือจิกผมโจทก์ร่วมโดยโจทก์ร่วมไม่ได้อนุญาตให้จำเลยเข้าไปจึงเป็นการเข้าไปในบ้านของโจทก์ร่วมโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่มีเหตุอันสมควรเป็นความผิดฐานบุกรุก และการที่จำเลยไม่ยอมให้โจทก์ร่วมออกไปจากห้องนอนรวมระยะเวลาประมาณ 4 ชั่วโมง เพื่อบังคับให้โจทก์ร่วมยอมให้จำเลยอยู่กินกับโจทก์ร่วมดังเดิมจนกระทั่งมีคนมาเกลี้ยกล่อม จำเลยจึงยอมปล่อยให้โจทก์ร่วมออกมาจากห้องนอนการกระทำของจำเลยเป็นการพยายามข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ๆ และหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น ซึ่งการกระทำของจำเลยดังกล่าวมานี้เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์ · โจทก์ร่วม - นางนิภาภรณ์ แสงมณีรัตนชัย · จำเลย - นายบุญช่วย แจ่มจันทร์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | บรรเทิง มุลพรม · ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · สุรินทร์ นาควิเชียร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายเกษม วีรวงศ์ · ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ - นายอร่าม หุตางกูร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา