⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4233/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4233/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การส่งสำเนาเอกสารภาษาต่างประเทศเป็นพยาน ต้องส่งคำแปลต่อศาลและคู่ความด้วย หากไม่ส่งในครั้งแรก ศาลอาจอนุญาตให้ส่งภายหลังได้ และหากไม่สามารถนำต้นฉบับเอกสารมาแสดงได้ ศาลอาจรับฟังสำเนาเอกสารนั้นเป็นพยานได้หากมีเหตุอันสมควร

ย่อคำพิพากษา

ขณะนำสืบและส่งเอกสารซึ่งเป็นภาษาต่างประเทศเป็นพยาน โจทก์ไม่ได้ส่งคำแปลต่อศาลและจำเลยด้วย ในนัดต่อมาโจทก์ขอส่งคำแปลเอกสารดังกล่าวที่มีคำรับรอง ศาลอนุญาตแล้ว จึงเป็นการปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 46 แล้ว ศาลรับฟ้องเอกสารดังกล่าวนั้นเป็นพยานได้ สำหรับสำเนาเอกสารที่โจทก์นำส่งเป็นพยานนั้น ปรากฏว่าโจทก์เบิกความว่าต้นฉบับเอกสารนั้น จำเลยได้รับคืนไปแล้ว ส่วนจำเลยเบิกความว่า ต้นฉบับอยู่ที่จำเลยหรือไม่จำไม่ได้ จึงเป็นกรณีที่ไม่สามารถนำต้นฉบับมาได้โดยประการอื่นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 93(2) ศาลรับฟังสำเนาเอกสารดังกล่าวได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.46 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.93

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยว่าจ้างให้โจทก์จัดหาไม้ไผ่ส่งให้ศูนย์อพยพต่าง ๆ ของโครงการอาหารแห่งสหประชาชาติ ในนามโรงสีไฟเหรียญทองแปดริ้ว ซึ่งจำเลยเป็นผู้จัดการ โจทก์จัดหาไม้ไผ่ส่งให้ศูนย์อพยพตามคำสั่งของจำเลยแล้ว เป็นเงินค่าจ้าง 255,410.40บาท จำเลยชำระค่าจ้างให้โจทก์เพียงบางส่วน ยังค้างชำระเป็นเงิน63,549 บาท ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินค่าไม้ไผ่พร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า ไม้ไผ่ตามฟ้องโจทก์ส่งให้องค์การสหประชาชาติเกินกว่าจำนวนที่จำเลยสั่ง จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ทั้งราคาไม้ไผ่และดอกเบี้ย โจทก์ไม่เคยทวงถามก่อนฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระค่าไม้ไผ่จำนวน 570 ลำ ในอัตราลำละ 13 บาท รวมเป็นเงิน 7,410 บาทพร้อมดอกเบี้ย นับแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน 2528 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับไม้ไผ่จำนวน 570 ลำ ด้วย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ด้วยเหตุผลดังกล่าวมา พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบฟังได้ว่าจำเลยเป็นผู้สั่งให้โจทก์ส่งไม้ไผ่ 570 ลำแก่องค์การสหประชาชาติซึ่งจำเลยจะต้องชำระหนี้จำนวนนี้แก่โจทก์อนึ่ง ที่จำเลยแก้ฎีกาว่า ขณะนำสืบและส่งเอกสารหมาย จ.13 ซึ่งเป็นภาษาต่างประเทศ โจทก์ไม่ได้ส่งคำแปลต่อศาลและไม่ได้ส่งคำแปลให้จำเลยด้วย จึงรับฟังไม่ได้นั้น ปรากฏว่าโจทก์นำสืบและส่งเอกสารหมาย จ.13 วันที่ 23 กรกฎาคม 2530 ในนัดต่อมาวันที่ 27 สิงหาคม2530 โจทก์ขอส่งคำแปลเอกสารหมาย จ.13 ที่มีคำรับรอง ศาลอนุญาตแล้วจึงเป็นการปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 46แล้วศาลรับฟังเอกสารหมาย จ.13 เป็นพยานได้ ส่วนเอกสารหมาย จ.6ที่จำเลยแก้ฎีกาว่าเป็นสำเนาเอกสารรับฟังไม่ได้นั้น ปรากฏว่าโจทก์เบิกความว่า ต้นฉบับเอกสารหมาย จ.6 นี้ จำเลยได้รับคืนไปแล้ว ส่วนจำเลยเบิกความว่าต้นฉบับอยู่ที่จำเลยหรือไม่จำไม่ได้จึงเป็นกรณีที่ไม่สามารถนำต้นฉบับมาได้โดยประการอื่นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 93(2) ศาลรับฟังสำเนาเอกสารได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์สำหรับไม้ไผ่จำนวน570 ลำ ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4233/2536 นาย สุเวช งาม วงศ์ โจทก์ นาง สาคร สุวรรณรังษี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย สุเวช งาม วงศ์ · จำเลย - นาง สาคร สุวรรณรังษี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดำรุพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา · อากาศ บำรุงชีพ · ปราโมทย์ บุนนาค
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4940/2539ฎีกา 6993-6996/2542ฎีกา 2216/2553ฎีกา 2732/2534ฎีกา 2133/2531ฎีกา 149/2526ฎีกา 254/2520ฎีกา 2423/2550ฎีกา 4861/2543ฎีกา 529/2513ฎีกา 8222/2540ฎีกา 1896/2492ฎีกา 2295/2543ฎีกา 128/2492ฎีกา 4562/2536ฎีกา 5594/2536ฎีกา 484/2486ฎีกา 659/2539ฎีกา 923/2523ฎีกา 5540/2541ฎีกา 3127/2535ฎีกา 5037/2565ฎีกา 939/2491ฎีกา 2635/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ