คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4451/2536
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลได้ครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นโดยมีเจตนาจะยึดถือเพื่อตนเองเท่านั้น จึงจะถือเป็นการครอบครองปรปักษ์ได้ หากแต่เป็นการยึดถือทรัพย์สินของผู้อื่นไว้แทนเจ้าของเดิม การครอบครองนั้นไม่ถือเป็นการครอบครองปรปักษ์
ย่อคำพิพากษา
เดิมจำเลยถูก ม.ฟ้องเป็นคดีแพ่งและยึดที่ดินมีหลักฐาน น.ส.3ของจำเลยออกขายทอดตลาด และ ม.เป็นผู้ประมูลซื้อที่ดินทั้งแปลงรวมทั้งที่ดินพิพาทได้จากการขายทอดตลาด จำเลยซึ่งอยู่อาศัยในที่ดินดังกล่าวมาก่อนย่อมทราบดีว่าม.ได้สิทธิครอบครองในที่ดินแล้ว การที่จำเลยอยู่อาศัยในที่ดินดังกล่าวต่อมาจึงเป็นการยึดถือที่ดินไว้แทน ม.เท่านั้น หาใช่ยึดถือเพื่อตนเองไม่ หากจำเลยจะยึดถือเพื่อตนอย่างเป็นเจ้าของ ก็ต้องปฏิบัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา1381 คือบอกกล่าวเปลี่ยนลักษณะการยึดถือไปยัง ม. จำเลยจึงไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ตาม มาตรา 1382
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายชม สุขอุบล · จำเลย - นายซ่านก๋วนหรือถาวร ปัญญายง · ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน - โดยนายอ๋อจู้ ปัญญายง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มงคล สระฏัน · นำชัย สุนทรพินิจกิจ · สนัด หมายสวัสดิ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดภูเก็ต - นายวัฒนา วิทยกุล · ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ - นายวินัย วิมลเศรษฐ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา