คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 450/2536
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้ฝากเงินมีสิทธิถอนเงินที่ฝากไว้และผู้รับฝากมีหน้าที่คืนเงินให้ครบจำนวนที่ขอถอนนั้น มิใช่การส่งมอบสังหาริมทรัพย์เพื่อเป็นการประกันการชำระหนี้ตามลักษณะจำนำ ผู้รับฝากจึงไม่มีสิทธิเหนือทรัพย์สินของผู้ฝากในทางจำนำหรือมีบุริมสิทธิทำนองเดียวกับผู้รับจำนำ
ย่อคำพิพากษา
ตาม ป.พ.พ.มาตรา 747 ในการจำนำผู้จำนำจะต้องส่งมอบสังหาริมทรัพย์สิ่งหนึ่งให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่งเรียกว่าผู้รับจำนำเพื่อเป็นการประกันการชำระหนี้ แม้จำเลยจะสลักหลังจำนำใบรับฝากเงินประจำและยินยอมให้ผู้ร้องนำเงินจำนวน 1,396,774.06 บาท ที่ฝากไว้ตามใบรับฝากเงินประจำของจำเลยเป็นประกันหนี้ที่ค้างชำระต่อผู้ร้อง แต่เงินฝากประจำจำนวนดังกล่าวที่จำเลยฝากไว้กับผู้ร้องนั้นย่อมตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องมาตั้งแต่มีการฝากเงินแล้ว จำเลยผู้ฝากคงมีเพียงสิทธิที่จะถอนเงินที่ฝากไปได้และผู้ร้องคงมีหน้าที่ต้องคืนเงินให้ครบจำนวนที่ขอถอนเท่านั้น จึงมิใช่การส่งมอบสังหาริมทรัพย์ของจำเลยให้แก่ผู้ร้องตามลักษณะจำนำแต่อย่างใด ผู้ร้องจึงหามีสิทธิเหนือทรัพย์สินของจำเลยในทางจำนำหรือมีบุริมสิทธิที่บังคับได้ทำนองเดียวกับผู้รับจำนำไม่ ผู้ร้องจึงมิใช่เจ้าหนี้มีประกันตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 6
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - กรมสรรพากร · ผู้ร้อง - ธนาคารกรุงไทย จำกัด · ผู้คัดค้าน - เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ · จำเลย - บริษัทดำรงค์ก่อสร้าง (๒๕๑๒) จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เสมอ อินทรศักดิ์ · บุญศรี กอบบุญ · เพี้ยน พุทธสุอัตตา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายธวัชชัย จาตุรงคกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายสำเริง ไชยชิต |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา