⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4566/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4566/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้อุทธรณ์ไม่นำส่งสำเนาอุทธรณ์ด้วยตนเองตามคำสั่งศาล ถือเป็นความผิดของผู้อุทธรณ์เอง แม้จะได้เสียค่าใช้จ่ายในการนำส่งแล้วก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

คดีนี้จำเลยทั้งสี่ยื่นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์และสั่งให้ผู้อุทธรณ์นำส่งสำเนาอุทธรณ์ให้อีกฝ่ายภายในกำหนด 15 วัน มิฉะนั้นถือว่าทิ้งอุทธรณ์ซึ่งศาลชั้นต้นมีอำนาจสั่งได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 70 วรรคสอง จึงเป็นหน้าที่ของผู้อุทธรณ์จะต้องนำพนักงานเดินหมายไปส่งสำเนาอุทธรณ์ด้วยตนเอง แม้จะได้ความว่าจำเลยทั้งสี่ได้ไปเสียค่าใช้จ่ายในการนำส่งหมายสำเนาอุทธรณ์ไว้แล้ว ก็ไม่ทำให้จำเลยทั้งสี่หมดหน้าที่ที่จะต้องจัดการนำส่งตามคำสั่งศาลชั้นต้น ปรากฏว่าพนักงานเดินหมายรายงานต่อศาลชั้นต้นเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2534 ว่า ส่งหมายนัดและสำเนาอุทธรณ์ให้โจทก์ไม่ได้ ศาลชั้นต้นสั่งในวันที่ 15 เดือนเดียวกันว่า รอจำเลยทั้งสี่แถลง ถ้าจำเลยทั้งสี่นำส่งหมายนัดและสำเนาอุทธรณ์ด้วยตนเองแล้ว จำเลยทั้งสี่ก็จะทราบผลทันทีในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2534 ว่าส่งหมายนัดและสำเนาอุทธรณ์ให้โจทก์ไม่ได้ ซึ่งจำเลยทั้งสี่ก็ต้องแถลงให้ศาลชั้นต้นทราบต่อไปว่าจะดำเนินการอย่างไรภายในเวลาอันสมควร เมื่อจำเลยทั้งสี่ไม่นำส่งเองกลับปล่อยให้พนักงานเดินหมายไปส่งตามลำพังเช่นนี้ ต้องถือว่าเป็นความผิดของจำเลยทั้งสี่เองที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล จะอ้างว่าไม่ทราบผลการส่งหมายไม่ได้ ดังนั้น การที่ศาลชั้นต้นสั่งว่า "รอจำเลยทั้งสี่แถลง" โดยไม่กำหนดเวลาให้จำเลยทั้งสี่แถลง และไม่ได้แจ้งคำสั่งให้จำเลยทั้งสี่ทราบอีก จึงต้องถือว่าศาลชั้นต้นได้ดำเนินกระบวนพิจารณาไปโดยชอบแล้ว การที่จำเลยทั้งสี่ไม่ได้แถลงต่อศาลชั้นต้นว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไปนับแต่วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2534 จนถึงวันที่เจ้าหน้าที่ศาลรายงานต่อศาลชั้นต้นในวันที่ 15 สิงหาคม 2534 ว่า จำเลยทั้งสี่ไม่แถลงเข้ามาเป็นระยะเวลาถึง 6 เดือนเศษ ศาลชั้นต้นจึงได้มีคำสั่งให้ส่งสำนวนไปศาลอุทธรณ์เพื่อดำเนินการต่อไป พฤติการณ์ดังกล่าวถือได้ว่า จำเลยเพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาตามที่ศาลเห็นสมควรกำหนด ตามที่บัญญัติไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา 174 (2) ประกอบมาตรา 246 เป็นการทิ้งฟ้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจจำหน่ายคดีได้ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 132 (1)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.70 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.246

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าโจทก์ทั้งสองมีสิทธิใช้ชื่อคำว่า "PRINCESS HOTEL" อ่านว่า "พรินเซสส์โฮเต็ล หรือปริ๊นเซสส์โฮเต็ล" ดีกว่าจำเลยทั้งสี่ และห้ามจำเลยทั้งสี่นำชื่อดังกล่าวไปจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าหรือใช้ในทางอื่นใด กับให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสองจำนวน 500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย จำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธ และจำเลยที่ 1 ฟ้องแย้งว่าจำเลยที่ 1 มีสิทธิใช้เครื่องหมายการค้าตามฟ้องดีกว่าโจทก์ที่ 2 ขอให้พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีสิทธิใช้เครื่องหมายการค้าดังกล่าวดีกว่าโจทก์ที่ 2 กับให้โจทก์ที่ 2 ชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 500,000 บาท แก่จำเลยที่ 1 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า โจทก์ทั้งสองมีสิทธิใช้ชื่อหรือนามคำว่า "PRINCESS HOTEL" อ่านว่า "พรินเซสส์โฮเต็ล หรือปริ๊นเซสส์โฮเต็ล" โดยชอบและมีสิทธิดีกว่าจำเลยทั้งสี่ ห้ามจำเลยทั้งสี่ใช้หรือนำชื่อดังกล่าวไปจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าหรือใช้ในทางอื่นใด ให้นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าระงับการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยที่ 1 คำขออื่นให้ยก และให้ยกฟ้องแย้งจำเลยที่ 1 จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง และบังคับโจทก์ที่ 2 ตามฟ้องแย้งของจำเลยที่ 1 ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ ให้ผู้อุทธรณ์นำส่งสำเนาอุทธรณ์ให้อีกฝ่ายภายใน 15 วัน มิฉะนั้นถือว่าทิ้งอุทธรณ์ ต่อมาวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2534 พนักงานเดินหมาย กรมบังคับคดีกระทรวงยุติธรรม รายงานต่อศาลชั้นต้นว่านำหมายนัดและสำเนาอุทธรณ์ไปส่งให้ทนายโจทก์ทั้งสองไม่ได้ ศาลชั้นต้นสั่งในวันที่ 15 เดือนเดียวกันว่า รอจำเลยทั้งสี่แถลง วันที่ 15 สิงหาคม 2534 เจ้าหน้าที่ศาลรายงานต่อศาลชั้นต้นว่า ระยะเวลาได้ล่วงเลยมาพอสมควรแล้ว จำเลยทั้งสี่ไม่ได้แถลงว่าจะดำเนินการอย่างไร ศาลชั้นต้นสั่งในวันเดียวกันว่า ให้ส่งถ้อยคำสำนวนไปศาลอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า จำเลยทั้งสี่มิได้ดำเนินคดีภายในระยะเวลาอันสมควรให้มีการส่งสำเนาอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสี่แก่โจทก์ถือว่าจำเลยทั้งสี่ทิ้งฟ้องอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 174 (2), 132 (1) ประกอบมาตรา 246 ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความของศาลอุทธรณ์ จำเลยทั้งสี่ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้จำเลยทั้งสี่ยื่นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์สั่งรับอุทธรณ์และสั่งให้ผู้อุทธรณ์นำส่งสำเนาอุทธรณ์ให้อีกฝ่ายภายในกำหนด 15 วัน มิฉะนั้นถือว่าทิ้งอุทธรณ์ ซึ่งศาลชั้นต้นมีอำนาจสั่งได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 70 วรรคสอง ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของผู้อุทธรณ์จะต้องนำพนักงานเดินหมายไปส่งสำเนาอุทธรณ์ด้วยตนเอง แม้จะได้ความว่าจำเลยทั้งสี่ได้ไปเสียค่าใช้จ่ายในการนำส่งหมายสำเนาอุทธรณ์ไว้แล้ว ก็ไม่ทำให้จำเลยทั้งสี่หมดหน้าที่ที่จะต้องจัดการนำส่งตามคำสั่งศาลชั้นต้น ปรากฏว่าพนักงานเดินหมายรายงานต่อศาลชั้นต้นเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2534 ว่า ส่งหมายนัดและสำเนาอุทธรณ์ให้โจทก์ไม่ได้ ศาลชั้นต้นสั่งในวันที่ 15 เดือนเดียวกันว่า รอจำเลยทั้งสี่แถลง จึงเห็นว่า ถ้าจำเลยทั้งสี่นำส่งหมายนัดและสำเนาอุทธรณ์ด้วยตนเองแล้วจำเลยทั้งสี่ก็จะทราบผลทันทีในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2534 ว่าส่งหมายนัดและสำเนาอุทธรณ์ให้โจทก์ไม่ได้ ซึ่งจำเลยทั้งสี่ก็ต้องแถลงให้ศาลชั้นต้นทราบต่อไปว่าจะดำเนินการอย่างไรภายในเวลาอันสมควร เมื่อจำเลยทั้งสี่ไม่นำส่งเองกลับปล่อยให้พนักงานเดินหมายไปส่งตามลำพังเช่นนี้ ต้องถือว่าเป็นความผิดของจำเลยทั้งสี่เองที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล จะอ้างว่าไม่ทราบผลการส่งหมายไม่ได้ ดังนั้น การที่ศาลชั้นต้นสั่งว่า "รอจำเลยทั้งสี่แถลง" โดยไม่กำหนดเวลาให้จำเลยทั้งสี่แถลง และไม่ได้แจ้งคำสั่งให้จำเลยทั้งสี่ทราบอีก จึงต้องถือว่าศาลชั้นต้นได้ดำเนินกระบวนพิจารณาไปโดยชอบแล้ว การที่จำเลยทั้งสี่ไม่ได้แถลงต่อศาลชั้นต้นว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไรนับแต่วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2534 จนถึงวันที่เจ้าหน้าที่ศาลรายงานต่อศาลชั้นต้นในวันที่ 15 สิงหาคม 2534 ว่าจำเลยทั้งสี่ไม่แถลงเข้ามาเป็นระยะเวลาถึง 6 เดือนเศษ ศาลชั้นต้นจึงได้มีคำสั่งให้ล่วงสำเนาในศาลอุทธรณ์เพื่อดำเนินการต่อไป พฤติการณ์ดังกล่าวถือได้ว่าจำเลยเพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาตามที่ศาลเห็นสมควรกำหนด ตามที่บัญญัติไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา 174(2) ประกอบมาตรา 246 เป็นการทิ้งฟ้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจจำหน่ายคดีได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 132(1) พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4566/2536 บริษัทปริ๊นเซสส จำกัด กับพวก โจทก์ บริษัทพรินเซ็ส พร็อพเพอทีส์อินเตอร์เนชั่นแนล ลิมิเต็ด จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทปริ๊นเซสส จำกัด กับพวก · จำเลย - บริษัทพรินเซ็ส พร็อพเพอทีส์อินเตอร์เนชั่นแนล ลิมิเต็ด จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · อุระ หวังอ้อมกลาง · เริงธรรม ลัดพลี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสิทธิชัย รุ่งตระกูล · ศาลอุทธรณ์ - นายดำรุพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3813/2535ฎีกา 5732/2552ฎีกา 3966/2551ฎีกา 609/2526ฎีกา 4326/2540ฎีกา 7420/2541ฎีกา 2076/2542ฎีกา 1337/2533ฎีกา 4637/2567ฎีกา 7154/2551ฎีกา 361/2539ฎีกา 4041/2542ฎีกา 8108/2542ฎีกา 1498/2548ฎีกา 861/2540ฎีกา 9203/2547ฎีกา 8337/2540ฎีกา 7201/2568ฎีกา 4470/2543ฎีกา 70/2518ฎีกา 2132/2538ฎีกา 9134/2551ฎีกา 581/2502ฎีกา 2170/2517
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา