⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2611/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2611/2517

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. คำพิพากษาของศาลย่อมผูกพันคู่ความในกระบวนพิจารณาของศาลที่พิพากษานับตั้งแต่วันที่ได้พิพากษาจนถึงวันที่คำพิพากษาได้ถูกเปลี่ยนแปลงแก้ไขกลับหรืองดเสียถ้าหากมี 2. อำนาจฟ้องเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลมีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้แม้ไม่มีฝ่ายใดอ้าง

ย่อคำพิพากษา

ในคดีก่อน จำเลยฟ้องโจทก์ทั้งสองในฐานะผู้ค้ำประกันให้ชำระหนี้เงินกู้ คู่ความทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันโดย โจทก์ทั้งสองยอมชำระหนี้ให้แก่จำเลยตามฟ้องและศาลพิพากษาตามยอมแล้ว ต่อมาโจทก์ทั้งสองมาฟ้องจำเลยขอให้เพิกถอนสัญญาประนีประนอมยอมความที่ทำไว้ในคดีก่อน และพิพากษาว่า คำพิพากษาในคดีนั้นไม่ผูกพันโจทก์ทั้งสองโดยอ้างว่าทำไปเพราะสำคัญผิดว่าลูกหนี้ยังไม่ได้ชำระเงินกู้ให้จำเลยซึ่งความจริงลูกหนี้ชำระให้เสร็จสิ้นแล้ว ดังนี้หาได้ไม่เพราะคำพิพากษาของศาลในคดีก่อนนั้นย่อมผูกพันคู่ความในกระบวนพิจารณาของศาลที่พิพากษานับตั้งแต่วันที่ได้พิพากษาจนถึงวันที่คำพิพากษาได้ถูกเปลี่ยนแปลงแก้ไขกลับหรืองดเสียถ้าหากมีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 เรื่องอำนาจฟ้องเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนแม้ไม่มีฝ่ายใดอ้างขึ้นมา เมื่อศาลฎีกาเห็นสมควรก็ยกขึ้นวินิจฉัยเองได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.246 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองเคยร่วมกันค้ำประกันนายอุม๊าส หรือม๊าสหรือ อุมาร หมื่นนรินทร์ ในการที่นายอุม๊าสกู้เงินจากจำเลย ๕,๐๐๐ บาทต่อมาจำเลยได้เป็นโจทก์ฟ้องทั้งสองต่อศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเรียกเงินกู้ดังกล่าวพร้อมด้วยดอกเบี้ยโดยจำเลยไม่ได้ฟ้องนายอุม๊าสด้วยเป็นเหตุให้โจทก์หลงเชื่อว่านายอุม๊าสผิดสัญญาจริง จึงได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความ ยอมชำระหนี้ให้จำเลยตามฟ้องและศาลได้มีคำพิพากษาตามยอมแล้ว ปรากฏตามคดีหมายเลขแดงที่ ๓๘/๒๕๑๓ต่อมาโจทก์ทั้งสองพบนายอุม๊าสลูกหนี้ของจำเลยได้ทราบว่านายอุม๊าสชำระหนี้ดังกล่าวให้แก่นายสง่า ทองพูน บิดาจำเลยซึ่งเป็นตัวแทนของจำเลยไปแล้วก่อนมีการฟ้องคดี การที่โจทก์ทั้งสองทำสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวข้างต้น จึงเป็นการสำคัญผิดในสารสำคัญว่านายอุม๊าสยังไม่ได้ชำระหนี้ให้จำเลยซึ่งไม่มีผลตามกฎหมาย ขอให้พิพากษาเพิกถอนสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๓๘/๒๕๑๓ของศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และพิพากษาว่าคำพิพากษานั้นไม่ผูกพันโจทก์ทั้งสองอีกต่อไป จำเลยให้การว่าสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๓๘/๒๕๑๓ ถูกต้องแล้ว ผู้กู้และผู้ค้ำประกันไม่เคยชำระต้นเงินและดอกเบี้ยให้ผู้ให้กู้เลยหากตัวแทนของจำเลยรับเงินไว้จริงก็เป็นการรับเงินตามสัญญากู้รายอื่น ศาลชั้นต้นฟังว่า นายอุม๊าสได้ชำระหนี้ให้จำเลยแล้ว โจทก์ทั้งสองยอมชำระหนี้ตามฟ้องก็โดยเข้าใจผิดว่านายอุม๊าสยังไม่ชำระซึ่งเป็นการเข้าใจผิดในสารสำคัญแห่งนิติกรรม พิพากษาให้เพิกถอนสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์จำเลยในคดีแพ่งแดงที่ ๓๘/๒๕๑๓เสีย และไม่ให้คำพิพากษาในคดีดังกล่าวผูกพันโจทก์ทั้งสองต่อไป จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อโจทก์จำเลยในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๓๘/๒๕๑๓ ของศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความต่อหน้าศาลและศาลเห็นว่าชอบด้วยกฎหมายแล้ว จึงพิพากษาให้คดีเป็นอันเสร็จเด็ดขาดไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๓๘ คำพิพากษาของศาลในคดีนั้นย่อมผูกพันโจทก์จำเลยผู้เป็นคู่ความในกระบวนพิจารณาของศาลที่พิพากษานับตั้งแต่วันที่ได้พิพากษาจนถึงวันที่คำพิพากษาได้ถูกเปลี่ยนแปลงแก้ไข กลับ หรืองดเสีย ถ้าหากมีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๑๔๕ เมื่อคำพิพากษาในคดีนั้นถึงที่สุดแล้วโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข กลับ หรืองด โจทก์ซึ่งเป็นจำเลยในคดีนั้นจะมาฟ้องขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนสัญญาประนีประนอมยอมความ และพิพากษาว่าคำพิพากษาในคดีนั้นไม่ผูกพันโจทก์ทั้งสอง โดยอ้างว่าได้ทำไปเพราะสำคัญผิดไม่ได้ เพราะโจทก์เป็นคู่ความซึ่งต้องผูกพันตามคำพิพากษาในคดีนั้น ตามนัยแห่งคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๓๓๒/๒๔๙๖ ข้อนี้เป็นเรื่องอำนาจฟ้องอันเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนแม้ไม่มีฝ่ายใดอ้างขึ้นมาเมื่อศาลฎีกาเห็นสมควรก็ยกขึ้นวินิจฉัยแล้วพิพากษาไปได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๒ (๕), ๒๔๖, ๒๔๗ พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2611/2517 นายอ่อง แสงสุวรรณ โดยนายมูซอ แสงสุวรรณ ผู้รับมรดกความ ที่ 1 กับพวก รวม 2 คน โจทก์ จ่าอากาศเอกสุพจน์ ทองพูน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความกับพวก - นายอ่อง แสงสุวรรณ โดยนายมูซอ แสงสุวรรณ ผู้รับมรดกความ ที่ 1 · โจทก์ - รวม 2 คน · จำเลย - จ่าอากาศเอกสุพจน์ ทองพูน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จันทร์ ระรวยทรง · สุเมธ ทิพยมนตรี · ผสม จิตรชุ่ม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา - นายวีระชัย สูตรสุวรรณ · ศาลอุทธรณ์ - นายพยนต์ ยาวะประภาษ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 3996/2541ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 2834/2527ฎีกา 3099/2524ฎีกา 3219/2534ฎีกา 4549/2540ฎีกา 8735/2542ฎีกา 2345/2540ฎีกา 2572/2541ฎีกา 861/2540ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 4470/2543ฎีกา 2170/2517ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538ฎีกา 5494/2541ฎีกา 2635/2527ฎีกา 2169/2523
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา