คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4658/2536
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำร้องขอให้งดการขายทอดตลาดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่ถูกยึดในคดีแรงงาน ถือเป็นคดีที่สืบเนื่องมาจากคดีแรงงาน คำสั่งของศาลแรงงานกลางในคดีดังกล่าวสามารถอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาได้ภายใน 15 วัน นับแต่วันอ่านคำสั่ง
ย่อคำพิพากษา
ผู้ร้องยื่นคำร้องต่อศาลแรงงานกลาง ขอให้งดการขายทอดตลาด ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่โจทก์นำยึดในคดีแรงงานจึงเป็นคดีที่สืบเนื่องมาจากคดีแรงงาน เมื่อศาลแรงงานกลางมีคำสั่งยกคำร้อง ผู้ร้องชอบที่จะอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวไปยังศาลฎีกาได้ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้อ่านคำสั่งนั้นตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 54
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.54
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้สืบเนื่องจากศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยไม่ได้ชำระหนี้ให้โจทก์ตามคำพิพากษา โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 123009 พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลย เพื่อขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ให้โจทก์
ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างพิพาทที่โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดไว้ดังกล่าวข้างต้น ผู้ร้องได้ทำสัญญาจะซื้อจากจำเลยเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2534 ในราคา500,000 บาท โดยผู้ร้องได้วางเงินมัดจำให้จำเลย 50,000 บาทส่วนที่เหลือจำนวน 450,000 บาท ตกลงจะชำระให้จำเลยในวันจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์คือวันที่ 5 เมษายน 2534 ครั้นถึงวันนัดจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์จำเลยผิดสัญญาไม่ไปดำเนินการจดทะเบียนโอน ผู้ร้องได้ฟ้องจำเลยเป็นคดีแพ่งต่อศาลแพ่งตามคดีหมายเลขดำที่ 10866/2534 เพื่อบังคับจำเลยให้ทำการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างพิพาทให้ผู้ร้อง คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง ขอให้ศาลมีคำสั่งงดการขายทอดตลาดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างพิพาทไว้สัก ระยะหนึ่งก่อน เพื่อรอผลทางคดีของผู้ร้องที่จะมีขึ้นในภายหน้า
วันนัดพิจารณาคำร้อง ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่า การที่ผู้ร้องได้ฟ้องจำเลยขอให้โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่ยึดให้แก่ผู้ร้องตามสัญญาจะซื้อขาย ผู้ร้องไม่ใช่ผู้มีส่วนได้เสียในคดีที่โจทก์นำยึดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 280 ทั้งยังไม่ใช่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ซึ่งจะขอเฉลี่ยหนี้ได้ ดังนั้น ผู้ร้องไม่มีสิทธิมาร้องขอให้งดการขายทอดตลาดเพื่อรอผลคดีของผู้ร้องกรณีไม่จำต้องไต่สวนคำร้อง ต่อไป ให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "คดีนี้ผู้ร้องยื่นคำร้องต่อศาลแรงงานกลาง ขอให้งดการขายทอดตลาดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่โจทก์นำยึดในคดีแรงงาน จึงเป็นคดีที่สืบเนื่องมาจากคดีแรงงานเมื่อศาลแรงงานกลางมีคำสั่งยกคำร้อง ผู้ร้องก็ชอบที่จะอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวได้เฉพาะแต่ในข้อกฎหมายไปยังศาลฎีกาภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้อ่านคำสั่งนั้น ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54ปรากฏว่าศาลชั้นต้นอ่านคำสั่งเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2536แต่ผู้ร้องยื่นอุทธรณ์เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2536 พ้นกำหนดเวลา15 วัน นับแต่วันที่ได้อ่านคำสั่งแล้ว แม้ศาลแรงงานกลางสั่งรับอุทธรณ์ของผู้ร้องมาก็เป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย"
พิพากษายกอุทธรณ์ของผู้ร้อง
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4658/2536
นาย ราเชนทร์ ยั่ง ยืน โจทก์
นาวาอากาศโท บุญ พา สืบ ปรุ ผู้ร้อง
นาย สุ ชีพ ณ สงขลา จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นาย ราเชนทร์ ยั่ง ยืน · ผู้ร้อง - นาวาอากาศโท บุญ พา สืบ ปรุ · จำเลย - นาย สุ ชีพ ณ สงขลา |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พรชัย สมรรถเวช · ชลิต ประไพศาล · สมพงษ์ สนธิเณร |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา