คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 297/2551
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฟ้องของศาลแรงงานกลางที่เห็นว่าการพิจารณาไม่สะดวก เป็นการโต้แย้งดุลพินิจในข้อเท็จจริง ต้องห้ามอุทธรณ์ตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
ศาลแรงงานกลางได้พิจารณาคำร้องขอดำเนินคดีที่ศาลแรงงานกลางของโจทก์แล้วมีคำสั่งไม่รับฟ้อง จึงเป็นกรณีที่ศาลแรงงานกลางเห็นว่า การพิจารณาในศาลแรงงานกลางไม่เป็นการสะดวก จึงไม่อนุญาตให้โจทก์ยื่นคำฟ้องตามที่ขอตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 33 วรรคหนึ่ง การที่โจทก์อุทธรณ์ก็เพื่อให้เห็นว่า การพิจารณาคดีในศาลแรงงานกลางจะเป็นการสะดวก อุทธรณ์โจทก์ดังกล่าวจึงเป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการพิจารณาอนุญาตของศาลแรงงานกลาง เป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงต้องห้ามตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54 วรรคหนึ่ง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.33 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.54
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินที่คงค้างอยู่พร้อมดอกเบี้ยนับถึงวันฟ้องรวม 15,349.16 บาท และดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
ศาลแรงงานกลางเห็นว่าเป็นกรณีมีมูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาลแรงงานภาค 5 ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 33 วรรคสอง จึงมีคำสั่งไม่รับฟ้อง (พอแปลความได้ว่าศาลแรงงานกลางพิจารณาคำร้องขออนุญาตฟ้องแล้ว เห็นว่า เป็นการไม่สะดวกจึงมีคำสั่งไม่รับฟ้อง)
โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ตามข้อเท็จจริงที่ยุติในชั้นฟ้องคดีปรากฏว่า โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกจ้างซึ่งมีสถานที่ที่ทำงานที่จังหวัดลำปาง ส่วนจำเลยที่ 2 มีภูมิลำเนาที่กรุงเทพมหานคร โดยโจทก์ยื่นคำร้องขอดำเนินคดีที่ศาลแรงงานกลาง ให้เหตุผลว่าสัญญาจ้างแรงงาน สัญญาค้ำประกัน ได้ทำที่กรุงเทพมหานคร เอกสารหลักฐานและพยานบุคคลต่าง ๆ อยู่ที่กรุงเทพมหานครอันเป็นภูมิลำเนาของโจทก์ ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้วเห็นว่า เป็นคดีอยู่ในเขตศาลแรงงานภาค 5 จึงไม่รับฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ว่าโจทก์มีภูมิลำเนาอยู่ที่กรุงเทพมหานคร มีลูกจ้างประจำการในสาขาต่าง ๆ ทั่วประเทศ พยานหลักฐานต่าง ๆ ตามสัญญาจ้างแรงงานจะเก็บไว้ที่ภูมิลำเนาของโจทก์ และในคดีนี้จำเลยที่ 1 ทำหนังสือรับสภาพหนี้ไว้แก่โจทก์แล้วนั้น เห็นว่า ศาลแรงงานกลางได้พิจารณาคำร้องขอดำเนินคดีที่ศาลแรงงานกลางของโจทก์แล้ว มีคำสั่งไม่รับฟ้องจึงเป็นกรณีที่ศาลแรงงานกลางเห็นว่า การพิจารณาในศาลแรงงานกลางไม่เป็นการสะดวก จึงไม่อนุญาตให้โจทก์ยื่นคำฟ้องตามที่ขอตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 33 วรรคหนึ่ง การที่โจทก์อุทธรณ์ก็เพื่อให้เห็นว่าการพิจารณาคดีในศาลแรงงานกลางจะเป็นการสะดวก อุทธรณ์โจทก์ดังกล่าวจึงเป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการพิจารณาอนุญาตของศาลแรงงานกลางเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
พิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 297/2551
บริษัทบางจากกรีนเนท จำกัด โจทก์
นางสาวมาลีวรรณ สายหนิ้ว กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทบางจากกรีนเนท จำกัด · จำเลย - นางสาวมาลีวรรณ สายหนิ้ว กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พิทยา บุญชู · วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์ · วิเทพ พัชรภิญโญพงศ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแรงงานกลาง - นายพิชยนต์ นิพาสพงษ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา