⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1958/2548

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1958/2548

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาที่คู่สัญญากำหนดให้ใช้กฎหมายของประเทศใดบังคับ ให้ถือตามเจตนาของคู่สัญญา เว้นแต่จะขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน และข้อตกลงให้ระงับข้อพิพาทด้วยวิธีอนุญาโตตุลาการก่อนฟ้องคดีต่อศาลนั้นมีผลผูกพันคู่สัญญา หากยังไม่ได้ดำเนินการตามข้อตกลงดังกล่าว จะฟ้องคดีต่อศาลไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์เป็นคนสัญชาติอังกฤษ จำเลยเป็นนิติบุคคลสัญชาติอเมริกัน จดทะเบียนและมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองอีสท์ ออเรนจ์ มลรัฐนิวเจอร์ซี่ ประเทศสหรัฐอเมริกา สัญญาจ้างแรงงานที่โจทก์ทำกับจำเลยนี้ โจทก์ได้ลงลายมือชื่อในประเทศไทย แล้วส่งสัญญาให้จำเลยลงลายมือชื่อในประเทศสหรัฐอเมริกา จึงถือว่าสัญญาจ้างแรงงานฉบับนี้ได้ทำขึ้นที่ประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งต้องบังคับตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมายฯ มาตรา 13 เมื่อพิจารณาสัญญาจ้างแรงงานระหว่างโจทก์กับจำเลยแล้ว ได้ตกลงกันในข้อ 21 ว่า ให้สัญญาจ้างแรงงานฉบับนี้อยู่ภายใต้บังคับและการตีความตามกฎหมายของมลรัฐนิวเจอร์ซี่ ประเทศสหรัฐอเมริกา จึงต้องบังคับตามกฎหมายของมลรัฐนิวเจอร์ซี่ตามเจตนาของโจทก์และจำเลยอันเป็นคู่สัญญา สัญญาจ้างแรงงานกำหนดให้ข้อพิพาทหรือข้อขัดแย้งที่คู่สัญญาไม่สามารถตกลงกันได้ และข้อโต้เถียง สิทธิเรียกร้อง หรือข้อพิพาทอันเกิดแต่หรือเกี่ยวเนื่องกับสัญญานี้ให้ระงับโดยอนุญาโตตุลาการตามกฎของสมาคมการอนุญาโตตุลาการของประเทศสหรัฐอเมริกาและให้ถือว่าคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการเป็นเงื่อนไขบังคับก่อนของการดำเนินการฟ้องร้องคดี กระบวนการอนุญาโตตุลาการให้ดำเนินการในเมืองอีสท์ ออเรนจ์ มลรัฐนิวเจอร์ซี่ ประเทศสหรัฐอเมริกา หรือในสถานที่อื่นอันเป็นที่ยอมรับร่วมกันของคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวสามารถใช้บังคับได้ ไม่ขัดต่อกฎหมายไทยและศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่าไม่ขัดต่อกฎหมายของมลรัฐนิวเจอร์ซี่ ประเทศสหรัฐอเมริกาด้วย ดังนั้น โจทก์จึงต้องปฏิบัติตามสัญญาโดยต้องให้อนุญาโตตุลาการวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทอันเกิดจากสัญญาจ้างแรงงานระหว่างโจทก์กับจำเลยเสียก่อน เมื่อโจทก์ยังไม่ได้ดำเนินการให้อนุญาโตตุลาการชี้ขาด โจทก์จึงยังไม่อาจเสนอคดีนี้ต่อศาลแรงงานกลางได้ตาม พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการฯ มาตรา 14

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.5 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.8 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.33 พระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ.2481 ม.5 พระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ.2481 ม.13 พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 ม.14

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินดังกล่าวรวม 8,096,472 บาท หรือ 293,473 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า จำเลยเป็นนิติบุคคล จดทะเบียนและมีสำนักงานใหญ่ ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา โจทก์ลงนามในสัญญาจ้างแรงงานเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2541 และจำเลยได้ลงนามในหนังสือสัญญาว่าจ้างเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2541 ดังนั้น สัญญาจ้างแรงงานจึงทำเป็นหนังสือขึ้นที่เมืองอีสท์ ออเรนจ์ มลรัฐนิวเจอร์ซี่ ประเทศสหรัฐอเมริกา ข้อตกลงให้สัญญาจ้างแรงงานอยู่ภายใต้บังคับและการตีความของกฎหมายมลรัฐนิวเจอร์ซี่ และกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งไม่ขัดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ.2481 และไม่มีข้อความขัดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ.2540 โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เนื่องจากโจทก์ยังไม่ได้ดำเนินการระงับข้อพิพาทโดยวิธีอนุญาโตตุลาการตามที่กำหนดไว้ในสัญญาจ้างแรงงาน จำเลยไม่ต้องรับผิดจ่ายค่าชดเชยและค่าเสียหายตามฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ในวันที่จำเลยยื่นคำให้การ จำเลยยื่นคำร้องว่า สัญญาจ้างแรงงานระหว่างโจทก์กับจำเลยกำหนดให้ระงับข้อพิพาทที่เกิดขึ้นโดยวิธีอนุญาโตตุลาการ โจทก์ยังไม่ได้ให้อนุญาโตตุลาการพิจารณาเพื่อระงับข้อพิพาท ขอให้ศาลแรงงานกลางจำหน่ายคดีเพื่อให้โจทก์ไปดำเนินการทางอนุญาโตตุลาการก่อน โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า ข้อตกลงในสัญญาจ้างแรงงานขัดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ.2481 สัญญาจ้างแรงงานมีข้อความที่เอาเปรียบโจทก์เกินควร ทำให้โจทก์รับภาระเกินกว่าที่วิญญูชนจะพึงคาดหมายได้ตามปกติมีลักษณะเป็นสัญญาสำเร็จรูป ขัดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ.2540 ข้อกำหนดในสัญญาจ้างแรงงานเป็นโมฆะ ไม่อาจใช้บังคับได้ ชอบที่ศาลแรงงานกลางจะรับคดีนี้ไว้พิจารณาต่อไป ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า สัญญาจ้างแรงงานระหว่างโจทก์กับจำเลยกำหนดให้ระงับข้อพิพาทที่เกิดขึ้นโดยวิธีอนุญาโตตุลาการ เมื่อโจทก์ยังไม่ได้ดำเนินการให้อนุญาโตตุลาการพิจารณาระงับข้อพิพาทก่อน จึงไม่อาจฟ้องคดีต่อศาลแรงงานกลางให้วินิจฉัยได้ตามมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกเสียจากสารบบความ โจทก์อุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "ศาลแรงงานกลางรับฟังข้อเท็จจริงตามที่คู่ความทั้งสองฝ่ายแถลงรับกันว่า โจทก์เป็นบุคคลสัญชาติอังกฤษ มีหนังสือสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวและใบสำคัญถิ่นที่อยู่ตามเอกสารหมาย จล. 1 โจทก์มีภูมิลำเนาตามสำเนาทะเบียนบ้านเอกสารหมาย จล. 2 จำเลยเป็นนิติบุคคล จดทะเบียนและมีสำนักงานตั้งอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาตามเอกสารหมาย จล. 6 ได้ตกลงว่าจ้างโจทก์เข้าทำงานเป็นลูกจ้างตำแหน่งผู้จัดการอาวุโสผู้บริหารสัญญา โดยมีการทำสัญญาจ้างแรงงานเป็นหนังสือไว้ตามเอกสารหมาย จล. 4 โจทก์ลงนามในสัญญาดังกล่าวในประเทศไทยแล้วจึงส่งสัญญาไปให้ผู้มีอำนาจของจำเลยลงนามที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ต่อมาวันที่ 15 ตุลาคม 2545 จำเลยบอกเลิกสัญญาจ้างกับโจทก์ โดยให้มีผลนับแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2545 ตามเอกสารหมาย จล. 5 ลูกจ้างของจำเลยซึ่งเป็นชาวต่างประเทศที่จำเลยทำสัญญาจ้างให้ทำงานในประเทศไทยในโครงการพิพาท จะมีข้อตกลงในสัญญาจ้างเรื่องอนุญาโตตุลาการและการใช้บังคับกฎหมายต่างประเทศทำนองเดียวกับโจทก์ คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ข้อแรกว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องคดีนี้ให้ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยหรือไม่ เห็นว่า โจทก์เป็นคนสัญชาติอังกฤษ จำเลยเป็นนิติบุคคลสัญชาติอเมริกา จดทะเบียนและมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองอีสท์ ออเรนจ์ มลรัฐนิวเจอร์ซี่ ประเทศสหรัฐอเมริกา สัญญาจ้างแรงงานที่โจทก์ทำกับจำเลยนี้ โจทก์ได้ลงลายมือชื่อในประเทศไทย แล้วส่งสัญญาให้จำเลยลงลายมือชื่อในประเทศสหรัฐอเมริกา จึงถือว่าสัญญาจ้างแรงงานฉบับนี้ได้ทำขึ้นที่ประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งต้องบังคับตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ.2481 มาตรา 13 ที่บัญญัติว่า "ปัญหาว่าจะพึงใช้กฎหมายใดบังคับสำหรับสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญหรือผลแห่งสัญญานั้นให้วินิจฉัยตามเจตนาของคู่กรณีในกรณีที่ไม่อาจหยั่งทราบเจตนาชัดแจ้งหรือโดยปริยายได้ ถ้าคู่สัญญามีสัญชาติอันเดียวกันกฎหมายที่จะใช้บังคับได้แก่กฎหมายสัญชาติอันร่วมกันแห่งคู่สัญญา ถ้าคู่สัญญาไม่มีสัญชาติอันเดียวกัน ก็ให้ใช้กฎหมายแห่งถิ่นที่สัญญานั้นได้ทำขึ้น" เมื่อพิจารณาสัญญาจ้างแรงงานระหว่างโจทก์กับจำเลยแล้ว ได้ตกลงกันในข้อ 21 ว่า ให้สัญญาจ้างแรงงานระหว่างโจทก์กับจำเลยแล้ว ได้ตกลงกันในข้อ 21 ว่า ให้สัญญาจ้างแรงงานฉบับนี้อยู่ภายใต้บังคับและการตีความตามกฎหมายของมลรัฐนิวเจอร์ซี่ ประเทศสหรัฐอเมริกา จึงต้องบังคับตามกฎหมายของมลรัฐนิวเจอร์ซี่ตามเจตนาของโจทก์และจำเลยอันเป็นคู่สัญญา และสัญญาจ้างแรงงานดังกล่าวข้อ 20 กำหนดให้ข้อพิพาทหรือข้อขัดแย้งที่คู่สัญญาไม่สามารถตกลงกันได้ และข้อโต้เถียง สิทธิเรียกร้อง หรือข้อพิพาทอันเกิดแต่หรือเกี่ยวเนื่องกับสัญญานี้ให้ระงับโดยอนุญาโตตุลาการตามกฎของสมาคมการอนุญาโตตุลาการของประเทศสหรัฐอเมริกาและให้ถือว่าคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการเป็นเงื่อนไขบังคับก่อนของการดำเนินการฟังร้องคดีกระบวนการอนุญาโตตุลาการให้ดำเนินในเมืองอีสท์ ออเรนจ์ มลรัฐนิวเจอร์ซี่ ประเทศสหรัฐอเมริกา หรือในสถานที่อื่นอันเป็นที่ยอมรับร่วมกันของคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวสามารถใช้บังคับได้เพราะเป็นวิธีการระงับข้อพิพาทอย่างหนึ่งที่คู่กรณีตกลงให้บุคคลที่ไม่ใช่ตุลาการทำหน้าที่วินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทอย่างหนึ่งที่คู่กรณีตกลงให้บุคคลที่ไม่ใช่ตุลาการทำหน้าที่วินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทแทนตุลาการในศาล ข้อตกลงนี้จึงไม่ขัดต่อกฎหมายไทย และศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่าไม่ขัดต่อกฎหมายของมลรัฐนิวเจอร์ซี่ ประเทศสหรัฐอเมริกาด้วย ดังนั้น โจทก์จึงต้องปฏิบัติตามสัญญาโดยต้องให้อนุญาโตตุลาการวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทอันเกิดจากสัญญาจ้างแรงงานระหว่างโจทก์กับจำเลยเสียก่อน เมื่อโจทก์ยังไม่ได้ดำเนินการให้อนุญาโตตุลาการชี้ขาด โจทก์จึงยังไม่อาจเสนอคดีนี้ต่อศาลแรงงานกลางได้ตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 14 ที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีนี้ออกเสียจากสารบบความนั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ส่วนอุทธรณ์ข้ออื่นของโจทก์ไม่มีผลเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาของศาลฎีกา จึงไม่จำต้องวินิจฉัย" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1958/2548 นายมาร์ติน แอนโทนี่ โรว์ลี่ โจทก์ เดอะหลุยส์ เบอร์เยอร์ กรุ๊ป อิงค์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายมาร์ติน แอนโทนี่ โรว์ลี่ · จำเลย - เดอะหลุยส์ เบอร์เยอร์ กรุ๊ป อิงค์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์ · ชวลิต ยอดเณร · จรัส พวงมณี
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6041-6048/2544ฎีกา 162/2512ฎีกา 818/2536ฎีกา 404/2526ฎีกา 108/2545ฎีกา 344/2531ฎีกา 9671/2539ฎีกา 7177/2545ฎีกา 1073/2508ฎีกา 1249/2526ฎีกา 1490/2535ฎีกา 1854/2493ฎีกา 2620/2517ฎีกา 2893/2531ฎีกา 5360/2546ฎีกา 5693/2549ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506ฎีกา 1281-1283/2493ฎีกา 704/2522ฎีกา 1029/2519ฎีกา 1565/2543ฎีกา 2618/2526ฎีกา 1218/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ