คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4772/2536
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การใช้เอกสารราชการปลอมโดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นของปลอม ถือเป็นความผิดฐานใช้เอกสารราชการปลอม และการนำเอกสารปลอมไปมอบให้ผู้อื่นโดยอ้างว่าเป็นเอกสารราชการที่แท้จริง ถือเป็นความผิดฐานอ้างเอกสารราชการปลอม
ย่อคำพิพากษา
เมื่อจำเลยเป็นคนนำใบอนุญาตขับรถยนต์ปลอมไปมอบให้ ช.โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นเอกสารปลอม และใบอนุญาตขับรถยนต์ดังกล่าวได้มีรอยตราประทับของกรมการขนส่งทางบกซึ่งมิใช่รอยตราประทับที่แท้จริง จำเลยจึงมีความผิดฐานใช้รอยตราปลอมและการที่จำเลยรับจะเป็นคนติดต่อทำใบอนุญาตขับรถยนต์ให้แก่ผู้ประสงค์จะมีใบอนุญาตดังกล่าวโดยไม่ต้องผ่านการสอบของกรมการขนส่งทางบกย่อมหมายความว่าจำเลยสามารถจะนำใบอนุญาตที่แท้จริงมาให้แก่บุคคลดังกล่าวได้เมื่อจำเลยนำใบอนุญาตปลอมมาให้จึงเท่ากับเป็นการอ้างแก่บุคคลเหล่านั้นว่าเป็นเอกสารราชการที่แท้จริง จำเลยจึงมีความผิดฐานอ้างเอกสารราชการปลอม
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้กระทำความผิดต่อกฎหมายหลายบทและหลายกรรมต่างกัน จำเลยได้ทำปลอมขึ้นซึ่งดวงตราของกรมการขนส่งทางบกอันเป็นทบวงการเมือง จำนวน 1 ดวงตราและจำเลยได้ทำปลอมใบอนุญาตขับรถของกรมขนส่งทางบก ฉบับที่ 33214536 ขึ้นทั้งฉบับ จำเลยได้นำใบอนุญาตขับรถฉบับที่ 33214536 อันเป็นเอกสารราชการปลอมซึ่งมีรอยตราปลอมของกรมการขนส่งทางบก ซึ่งเป็นทบวงการเมืองที่จำเลยทำปลอมขึ้นไปใช้มอบให้แก่นางสาวชัญญา เพื่อให้นางสาวชัญญาหลงเชื่อว่าใบอนุญาตขับรถดังกล่าวเป็นใบอนุญาตขับรถที่กรมการขนส่งทางบกออกให้แก่นางสาวชัญญาที่แท้จริง ทั้งนี้โดยจำเลยรู้อยู่แล้วว่าใบอนุญาตขับรถฉบับดังกล่าวเป็นเอกสารราชการปลอม ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 251,252, 265, 268, 91 ให้ริบของกลาง
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 252, 268 ประกอบมาตรา 90 ให้ลงโทษตามมาตรา 252อันเป็นบทหนัก จำคุก 3 ปี ให้ริบของกลาง
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง แต่ให้ริบของกลาง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยเป็นคนนำใบอนุญาตขับรถยนต์ปลอมเอกสารหมาย จ.1 ไปมอบให้นางสาวชัญญาโดยรู้อยู่ว่าเป็นเอกสารปลอมและใบอนุญาตขับรถยนต์ดังกล่าวได้มีรอยตราประทับของกรมการขนส่งทางบกซึ่งกองพิสูจน์หลักฐานกรมตำรวจตรวจพิสูจน์แล้ว ปรากฏว่ามิใช่รอยตราประทับอันเดียวกับรอยตราประทับที่แท้จริงดังนั้น จำเลยจึงมีความผิดฐานใช้รอยตราปลอมและการที่จำเลยรับจะเป็นคนติดต่อทำใบอนุญาตขับรถยนต์ให้แก่ผู้ที่ประสงค์จะมีใบอนุญาตดังกล่าวโดยไม่ต้องผ่านการสอบของกรมการขนส่งทางบก ย่อมหมายความว่าจำเลยสามารถจะนำใบอนุญาตที่แท้จริงมาให้แก่บุคคลดังกล่าวได้ เมื่อจำเลยนำใบอนุญาตปลอมมาให้จึงเท่ากับเป็นการอ้างแก่บุคคลเหล่านั้นว่าเป็นเอกสารราชการที่แท้จริง จำเลยจึงมีความผิดฐานอ้างเอกสารราชการปลอม
พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานใช้รอยตราปลอมและอ้างเอกสารราชการปลอมตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 256 ประกอบด้วยมาตรา 251 และมาตรา 268 วรรคแรกประกอบด้วยมาตรา 265 ให้ลงโทษตามมาตรา 252 ประกอบด้วยมาตรา 251 ซึ่งเป็นบทหนักที่สุดตามมาตรา 90 ให้จำคุก 2 ปี ของกลางให้ริบ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4772/2536
พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์
นาย สม ชาย ลาด แ ลน จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นาย สม ชาย ลาด แ ลน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พิมล สมานิตย์ · สกล เหมือนพะวงศ์ · ถวิล ตรีเพชร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา