⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5345/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5345/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลยังไม่ได้มีคำพิพากษาเพิกถอนนิติกรรมการขายทรัพย์สินระหว่างโจทก์กับจำเลย ทรัพย์สินนั้นจึงยังคงเป็นของโจทก์อยู่ และบุคคลอื่นจะอ้างสิทธิเหนือทรัพย์สินนั้นในฐานะสินสมรสไม่ได้ จนกว่าจะมีการเพิกถอนนิติกรรมดังกล่าว

ย่อคำพิพากษา

แม้จะถือว่าบ้านและที่ดินเป็นสินสมรสระหว่างผู้ร้องกับจำเลยตามที่ผู้ร้องอ้างก็ตาม แต่เมื่อศาลยังไม่ได้เพิกถอนนิติกรรมการขายบ้านและที่ดินระหว่างโจทก์กับจำเลย บ้านและที่ดินจึงยังเป็นของโจทก์อยู่ กรณีถือไม่ได้ว่าผู้ร้องเป็นผู้มีอำนาจพิเศษตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 จัตวา (3)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1480 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 10) พ.ศ.2533 ม.63

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยและบริวารออกไปจากบ้านและที่ดินของโจทก์ โจทก์จำเลยตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอม แต่จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โดยเมื่อครบกำหนดแล้วจำเลยไม่ยอมออกไปจากบ้านและที่ดิน โจทก์จึงขอตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีให้จัดการให้ โจทก์เข้าครอบครองบ้านและที่ดิน ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลยที่ดินโฉนดเลขที่ 56152 พร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นสินสมรสของผู้ร้องกับจำเลย จำเลยขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวให้แก่โจทก์โดยมิได้รับความยินยอมจากผู้ร้อง ทั้งผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจและมิได้ให้สัตยาบัน สัญญาซื้อขายจึงตกเป็นโมฆียะ ผู้ร้องได้มอบอำนาจให้ทนายความบอกล้างสัญญาซื้อขายดังกล่าวแล้วขอให้ยกคำขอบังคับคดีของโจทก์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาจะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่าผู้ร้องเป็นบริวารของจำเลยหรือไม่ ผู้ร้องอ้างว่าบ้านและที่ดินที่จำเลยไปทำนิติกรรมขายให้โจทก์เป็นสินสมรสระหว่างผู้ร้องกับจำเลยจำเลยทำไปโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ร้องซึ่งเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลย และผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจหรือให้สัตยาบันแก่นิติกรรมการขายดังกล่าว บ้านและที่ดินยังเป็นกรรมสิทธิ์ร่วมของจำเลยและผู้ร้องอยู่ เห็นว่า นิติกรรมการขายบ้านและที่ดินรายนี้ได้กระทำไปก่อนวันที่พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2533 ใช้บังคับและตามมาตรา 63 แห่งพระราชบัญญัตินี้กำหนดว่าการขอให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมนั้นให้เป็นไปตามมาตรา 1480 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ก่อนการแก้ไขเพิ่มเติมซึ่งตามมาตรา 1480 วรรคสอง เดิม มีความว่าในกรณีที่คู่สมรสฝ่ายหนึ่งได้ทำนิติกรรมไปโดยปราศจากความยินยอมคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งอาจขอให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมนั้นได้ ดังนี้แม้จะถือว่าบ้านและที่ดินเป็นสินสมรสระหว่างผู้ร้องกับจำเลยก็ตามแต่เมื่อศาลยังไม่ได้เพิกถอนนิติกรรมการขายบ้านและที่ดินระหว่างโจทก์กับจำเลย บ้านและที่ดินจึงยังเป็นของโจทก์อยู่ กรณีถือไม่ได้ว่าผู้ร้องเป็นผู้มีอำนาจพิเศษตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 296 จัตวา (3) ผู้ร้องจึงเป็นบริวารของจำเลย จึงไม่อาจยกคำขอบังคับคดีของโจทก์ได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5345/2536 นาง พัน ธ์ รัก หมู่ กลาง โจทก์ นาง สุทิน เนาว์วัฒน์ ผู้ร้อง นาย วินัย เนาว์วัฒน์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง พัน ธ์ รัก หมู่ กลาง · ผู้ร้อง - นาง สุทิน เนาว์วัฒน์ · จำเลย - นาย วินัย เนาว์วัฒน์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมคิด ไตรโสรัส · พรชัย สมรรถเวช · สถิตย์ ไพเราะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4884/2543ฎีกา 5732/2552ฎีกา 609/2526ฎีกา 1721/2528ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 5801/2538ฎีกา 2834/2527ฎีกา 4637/2567ฎีกา 3099/2524ฎีกา 10755/2551ฎีกา 2983/2549ฎีกา 6366/2538ฎีกา 8366/2557ฎีกา 8884/2543ฎีกา 2572/2541ฎีกา 4041/2542ฎีกา 6039/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 6868/2541ฎีกา 3474/2538ฎีกา 3886/2566ฎีกา 4269/2528
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา