⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1335/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1335/2537

ป.วิ.แพ่ง ม.93

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อจำเลยมิได้ให้การต่อสู้คดีว่าสัญญาจะซื้อขายเป็นเท็จหรือไม่สมบูรณ์ แต่ต่อสู้เพียงว่าได้ชำระหนี้ตามสัญญาแล้ว ให้ถือว่าจำเลยยอมรับว่ามีสัญญาจะซื้อขายตามที่โจทก์กล่าวอ้าง

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทำสัญญาจะซื้อขายรถยนต์กับโจทก์ปรากฎตามสำเนาสัญญาจะซื้อขายท้ายฟ้อง แล้วจำเลยผิดนัดไม่ชำระราคาส่วนที่เหลือ จำเลยให้การต่อสุ้คดีแต่เพียงข้อเดียวว่าชำระแล้ว แต่มิได้ปฎิเสธสัญญา ประเด็นข้อพิพาทจึงมีเพียงว่าจำเลยชำระราคารถยนต์ส่วนที่เหลือให้โจทก์แล้วหรือไม่ส่วนสัญญาจะซื้อขายที่โจทก์อ้างเมื่อจำเลยไม่ปฎิเสธต้องถือว่าจำเลยรับ โจทก์ไม่มีหน้าที่ต้องนำสืบ และเมื่อถือว่าจำเลยรับสัญญาจะซื้อขายที่โจทก์อ้างแล้วรายละเอียดที่ปรากฏอยู่ในสำเนาสัญญาจะซื้อขายย่อมนำมาใช้ประกอบในการพิจารณาพิพากษาได้กรณีไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 93

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.93

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.93 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์ยี่ห้ออีซูซุจำเลยทำสัญญาซื้อขายรถยนต์คันดังกล่าวจากโจทก์ในราคา 160,000 บาทในวันทำสัญญาจำเลยชำระราคาเป็นเงิน 50,000 บาท ส่วนที่เหลืออีก110,000 บาท จะทำให้ต่อเมื่อวันโอนทะเบียนและโจทก์ได้มอบรถยนต์ให้จำเลยในวันทำสัญญา ต่อมาเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2530โจทก์โอนทะเบียนรถยนต์ให้แก่จำเลยโดยจำเลยตกลงว่าจะชำระราคาที่เหลือภายใน 15 วัน นับแต่วันโอนแต่เมื่อครบกำหนดแล้วจำเลยไม่ชำระ ขอให้บังคับจำเลยชำระราคารถยนต์พร้อมดอกเบี้ยถึงวันฟ้องเป็นเงิน 111,375 บาท และดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงิน110,000 บาท นับจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ จำเลยให้การว่า กรรมสิทธิ์ในรถยนต์พิพาทเป็นของนางวรรณาวรทวีธำรง แต่โจทก์อ้างว่าเป็นของโจทก์และตกลงขายให้แก่จำเลยในราคา 160,000 บาท จำเลยหลงเชื่อได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายกับโจทก์และวางมัดจำไว้ 50,000 บาท และตกลงกันว่าส่วนที่เหลือจะชำระเมื่อโจทก์มอบเอกสารชุดโอนทะเบียนและดำเนินการโอนทะเบียนรถยนต์ให้แก่จำเลยเรียบร้อยแล้ว ต่อมาได้มีการนัดวันชำระเงินและโอนทะเบียนรถยนต์พิพาท ครั้นถึงวันนัดจำเลยได้ไปพบโจทก์จึงทราบว่าชื่อทางทะเบียนรถยนต์พิพาทเป็นของนางวรรณาจำเลยขอให้คืนเงินมัดจำ โจทก์ไม่ยอม โจทก์ได้พาจำเลยไปรับมอบทะเบียนรถยนต์จากนางวรรณา นางวรรณามอบทะเบียนรถยนต์และลงลายมือชื่อในเอกสารชุดโอนทะเบียน พร้อมทั้งมอบเอกสารประกอบการโอน คือบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านของนางวรรณาจำเลยจึงได้ชำระเงินที่เหลือ 110,000 บาท แก่โจทก์ไป แต่จำเลยยังไม่สามารถรับโอนทะเบียนได้ทันที เพราะรถพิพาทเป็นรถสี่ล้อใหญ่ไม่สามารถใช้รับจ้างร่วมกับรถประจำทางได้ แต่ทางองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพยินยอมให้ต่อรถยนต์คันใหม่ให้เป็นชนิดหกล้อแบบมินิบัสมาสวมทะเบียนรถพิพาทได้ จึงต้องดำเนินการส่วนนี้ให้แล้วเสร็จแล้วจะโอนชื่อเป็นของนายสมศักดิ์ อัศวนันทวดี น้องชายจำเลยการผ่อนผันขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพดังกล่าวทำให้รถที่ซื้อขายกันมีราคาสูงขึ้นมาก โจทก์มีความเสียดาย จึงติดต่อขอซื้อคืนจำเลยไม่ยินยอม ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 110,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาว่า การดำเนินคดีของโจทก์ได้อาศัยสำเนาสัญญาจะซื้อขาย ศาลรับฟังเอกสารดังกล่าวแล้วนำมาพิพากษาเป็นการไม่ชอบนั้น เห็นว่า โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทำสัญญาจะซื้อจะขายรถยนต์กับโจทก์ปรากฎตามสำเนาสัญญาจะซื้อขายท้ายฟ้องแล้วจำเลยผิดนัดไม่ชำระราคาส่วนที่เหลือ จำเลยต่อสู้คดีแต่เพียงข้อเดียวว่าชำระแล้ว แต่มิได้ปฎิเสธสัญญา ประเด็นข้อพิพาทจึงมีแต่เพียงว่าจำเลยชำระราคารถยนต์ส่วนที่เหลือให้โจทก์แล้วหรือไม่ ส่วนสัญญาจะซื้อขายที่โจทก์อ้างเมื่อจำเลยไม่ปฎิเสธต้องถือว่าจำเลยรับ โจทก์ไม่มีหน้าที่ต้องนำสืบ และเมื่อถือว่าจำเลยรับสัญญาจะซื้อขายที่โจทก์อ้างดังกล่าวแล้ว รายละเอียดที่ปรากฏอยู่ในสำเนาสัญญาจะซื้อขายย่อมนำมาใช้ประกอบในการพิจารณาพิพากษาได้ กรณีไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 93 ตามที่จำเลยอ้าง ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1335/2537 นาง บุษกร ทองวงษ์ โจทก์ นาง อรไท เลิศอิทธิ บาท จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง บุษกร ทองวงษ์ · จำเลย - นาง อรไท เลิศอิทธิ บาท
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ถวิล ตรีเพชร · สกล เหมือนพะวงศ์ · พิมล สมานิตย์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2732/2534ฎีกา 325/2524ฎีกา 149/2526ฎีกา 254/2520ฎีกา 2423/2550ฎีกา 1896/2492ฎีกา 484/2486ฎีกา 923/2523ฎีกา 2635/2527ฎีกา 2709/2543ฎีกา 1394/2521ฎีกา 16/2517ฎีกา 3936/2543ฎีกา 5815/2544ฎีกา 108/2486ฎีกา 3745/2526ฎีกา 1115/2493ฎีกา 2749/2540ฎีกา 62/2485ฎีกา 204/2539ฎีกา 1920/2546ฎีกา 7143/2547ฎีกา 57/2487ฎีกา 2121/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา