⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 223/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 223/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่แสดงให้เห็นว่าผู้กระทำมีเจตนาเพียงทำร้ายร่างกาย ไม่ใช่เจตนาฆ่า ย่อมเป็นความผิดฐานทำร้ายร่างกายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295

ย่อคำพิพากษา

ที่เกิดเป็นเหตุการณ์คดีนี้เนื่องจากสาเหตุที่มีการสอบถามถึงเรื่องที่จำเลยด่าว่าบุตรสาว จ. เท่านั้น อันเป็นเหตุเล็กน้อยไม่น่าจะปองร้ายกันถึงชีวิต และได้ความจากคำเบิกความของ จ.ว่า จำเลยใช้อาวุธปืนยิงไปทาง ร. ในระยะห่างประมาณ 5 ถึง 6 วาหากจำเลยประสงค์จะปองร้ายจ.และร. ถึงชีวิต จำเลยคงเลือกยิงในตำแหน่งซึ่งอาจทำให้ถึงตายได้โดยไม่ยาก การที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิง ร.ในระดับต่ำถูกบริเวณต้นขาและน่องซ้ายของร.ย่อมแสดงให้เห็นว่าจำเลยเจตนาให้ จ. และ ร. ได้รับอันตรายแก่กายเท่านั้น จึงฟังได้เพียงว่า จำเลยทำร้ายร่างกาย ร. อันเป็นความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32,80, 91, 288, 371 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนวัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ ที่แก้ไขแล้ว และสั่งริบของกลางกับขอให้บวกโทษที่รอไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 630/2533 ของศาลชั้นต้นเข้ากับโทษของจำเลยในคดีนี้ด้วย จำเลยให้การรับสารภาพในข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองหมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวแต่ปฏิเสธในข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่น และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 630/2533 ของศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 80 ให้จำคุก 10 ปี และพระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืนพ.ศ. 2490 มาตรา 8 ทวิ, 72 ทวิ วรรคสอง และประมวลกฎหมายอาญามาตรา 371 ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นบทหนักให้จำคุก 6 เดือน เรียงกระทงลงโทษรวมจำคุก 10 ปี 6 เดือนคำรับของจำเลยในชั้นพิจารณาและจำเลยให้การรับสารภาพในข้อหามีและพาอาวุธปืนติดตัวลดโทษความผิดฐานพยายามฆ่าหนึ่งในสาม และฐานพาอาวุธปืนติดตัวกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงให้จำคุก 6 ปี 11 เดือน คำขออื่นให้ยก ของกลางริบ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...ที่เกิดเป็นเหตุการณ์คดีนี้เนื่องจากสาเหตุที่มีการสอบถามถึงเรื่องที่จำเลยด่าว่าบุตรสาวนายจรัญเท่านั้น อันเป็นเหตุเล็กน้อยไม่น่าจะปองร้ายกันถึงชีวิต และได้ความจากคำเบิกความของนายจรัญว่า จำเลยใช้อาวุธปืนยิงไปทางนางระเบียบในระยะห่างประมาณ 5 ถึง 6 วา หากจำเลยประสงค์จะปองร้ายนายจรัญและนางระเบียบถึงชีวิต จำเลยคงเลือกยิงในตำแหน่งซึ่งอาจทำให้ถึงตายได้โดยไม่ยาก การที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงนางระเบียบในระดับต่ำถูกบริเวณต้นขาและน่องซ้ายของนางระเบียบ ย่อมแสดงให้เห็นว่า จำเลยเจตนาให้นายจรัญและนางระเบียบได้รับอันตรายแก่กายเท่านั้น จึงฟังได้เพียงว่า จำเลยทำร้ายร่างกายนางระเบียบอันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 295 ศาลฎีกา จึงไม่เห็นพ้องกับศาลอุทธรณ์ในส่วนนี้" พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 295 ให้จำคุก 1 ปี 6 เดือน คำรับของจำเลยในชั้นพิจารณาเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้างมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี เมื่อรวมกับโทษฐานพาอาวุธปืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้ว คงจำคุก 1 ปี3 เดือน นอกจากที่แก้แล้วคงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 223/2537 พนักงานอัยการ จังหวัด ฉะเชิงเทรา โจทก์ นาย ม่วง ชามกระโทก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด ฉะเชิงเทรา · จำเลย - นาย ม่วง ชามกระโทก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จิระ บุญพจนสุนทร · สมาน เวทวินิจ · สมิทธิ์ วราอุบล
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 226/2529ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1162/2508ฎีกา 729/2483ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 3237/2543ฎีกา 530/2483ฎีกา 18654/2555ฎีกา 2292/2540ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 1165/2537ฎีกา 5957/2530ฎีกา 693/2526ฎีกา 1189/2537ฎีกา 110/2513ฎีกา 769-770/2539ฎีกา 1215/2501ฎีกา 2632/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ