⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2231/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2231/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
บุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองแล้ว ย่อมถือว่าเป็นผู้สืบสันดานเหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายและมีสิทธิรับมรดกของผู้ตายได้โดยไม่ต้องจดทะเบียนรับรองหรือขอให้ศาลสั่งแสดงว่าเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายก่อน

ย่อคำพิพากษา

ผู้ตายแนะนำผู้คัดค้านที่ 1 ต่อบุคคลอื่นว่าผู้ตายเป็นบิดาให้ความอุปการะเลี้ยงดูส่งเสียเล่าเรียน ทั้งระบุในใบสมัครสมาชิกฌาปนกิจสงเคราะห์ว่าผู้คัดค้านที่ 1 เป็นบุตรให้เป็นผู้รับประโยชน์ด้วย ผู้คัดค้านที่ 1 จึงเป็นบุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองแล้ว ย่อมถือว่าเป็นผู้สืบสันดานเหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายและมีสิทธิรับมรดกของผู้ตายซึ่งเป็นบิดาได้โดยไม่ต้องจดทะเบียนรับรองและไม่จำต้องขอให้ศาลสั่งแสดงว่าเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายเสียก่อน ผู้คัดค้านที่ 1 เป็นผู้สืบสันดาน โดยเป็นทายาทลำดับ 1 ส่วนผู้ร้องเป็นทายาทลำดับ 3 จึงไม่มีสิทธิในทรัพย์มรดกของผู้ตายแม้ผู้ร้องจะมีสิทธิรับมรดกตามสัญญาประนีประนอมยอมความที่ทำกับผู้คัดค้านทั้งสองก็ตาม แต่สัญญาดังกล่าวเป็นข้อตกลงระหว่างผู้ร้องกับผู้คัดค้านทั้งสองด้วยกันเอง และทำขึ้นหลังจากผู้ตายถึงแก่ความตายไปแล้ว ไม่เกี่ยวข้องกับการมีสิทธิรับมรดกแต่อย่างใดไม่ก่อให้ผู้ร้องเป็นผู้มีส่วนได้เสียตามกฎหมาย ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกของผู้ตายได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1627 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1713

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอและแก้ไขคำร้องขอว่า ผู้ร้องมีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันสามคน คือ ผู้ร้อง ผู้คัดค้านที่ 2 และนายภักดี มังกร ผู้ตาย บิดามารดาของผู้ร้องชื่อนายเฉ่ง มังกรและนางเป้า มังกร ถึงแก่ความตายไปก่อนแล้ว ผู้ตายถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2531 มีทรัพย์มรดกทั้งสังหาริมทรัพย์และอสังหาริมทรัพย์รวมสองล้านบาทเศษตามบัญชีทรัพย์ท้ายคำร้องผู้ตายมิได้ทำพินัยกรรมและมิได้ตั้งผู้จัดการมรดก แต่ผู้ร้องกับผู้คัดค้านที่ 1 ได้ตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความที่จะเป็นผู้จัดการมรดกร่วมกัน ขอให้ตั้งผู้ร้องหรือตั้งผู้ร้องร่วมกับผู้คัดค้านที่ 1 หรือผู้ร้องร่วมกับผู้คัดค้านที่ 2 เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ผู้คัดค้านที่ 1 ยื่นคำคัดค้านและแก้ไขคำคัดค้านว่า ผู้คัดค้านที่ 1 เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายตามคำสั่งศาล ผู้ร้องเป็นทายาทอันดับ 3 จึงไม่มีสิทธิและไม่มีส่วนได้เสียในกองมรดก ขอให้ยกคำร้องแล้วตั้งผู้คัดค้านที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ผู้คัดค้านที่ 2 ยื่นคำคัดค้านและแก้ไขคำคัดค้านว่า ผู้ร้องและผู้คัดค้านทั้งสองได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความแบ่งปันมรดกกันผู้คัดค้านที่ 2 จึงเป็นผู้มีส่วนได้เสีย ขอให้ตั้งผู้ร้องและผู้คัดค้านที่ 2 ร่วมกันเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของนายภักดีมังกร กับให้มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย และให้ยกคำร้องผู้คัดค้านที่ 1 และคำร้องผู้คัดค้านที่ 2 ผู้คัดค้านที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ตั้งนางสาวลักขณา มังกรหรือพวงสุวรรณ ผู้คัดค้านที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกของนายภักดีมังกร ผู้ตาย โดยให้มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย คำขออื่นให้ยก ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้เป็นยุติว่า ผู้ร้อง ผู้คัดค้านที่ 2 และผู้ตายเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน ส่วนบิดามารดาของบุคคลทั้งสามถึงแก่ความตายไปก่อนแล้ว หลังจากผู้ตายถึงแก่ความตายแล้วศาลมีคำสั่งตั้งนายชัยพล ชอบทำดี เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย แต่การจัดการมรดกยังไม่เสร็จสิ้น นายชัยพลก็ถึงแก่ความตาย ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องคดีนี้ขอให้ตั้งผู้ร้องหรือตั้งผู้ร้องร่วมกับผู้คัดค้านที่ 1หรือผู้ร้องร่วมกับผู้คัดค้านที่ 2 เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายแต่ผู้คัดค้านที่ 1 คัดค้านว่า ผู้ร้องไม่ใช่ทายาท จึงไม่มีสิทธิร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก ส่วนผู้คัดค้านที่ 1 เป็นบุตรของผู้ตายขอให้ตั้งผู้คัดค้านที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ประเด็นที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องมีว่า ผู้ร้องมีสิทธิร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกของผู้ตายหรือไม่ เนื่องจากข้อเท็จจริงได้ความว่าผู้ร้องเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันกับผู้ตาย จึงเป็นทายาทลำดับ 3 ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1629(3) ส่วนผู้คัดค้านที่ 1 อ้างว่าเป็นบุตรของผู้ตาย หากรับฟังได้ว่าเป็นผู้สืบสันดานของผู้ตาย ผู้คัดค้านที่ 1 ก็เป็นทายาทลำดับ 1 ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1629(1) ผู้ร้องย่อมไม่มีสิทธิในทรัพย์มรดกของผู้ตาย จึงสมควรวินิจฉัยก่อนว่า ผู้คัดค้านที่ 1เป็นผู้สืบสันดานของผู้ตายหรือไม่ ในข้อนี้ผู้คัดค้านที่ 1 มีผู้คัดค้านที่ 1 และนางกาหลงมาเบิกความว่า นางกาหลงอยู่กินฉันสามีภริยากับผู้ตายโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส ต่อมานางกาหลงตั้งครรภ์ได้ 3-4 เดือน เกิดปัญหากับผู้ร้องเพราะถูกกีดกันจึงออกไปพักอยู่กับนางทวีและนายหอม พวงสุวรรณ ซึ่งเป็นพี่สาวและพี่เขยของนางกาหลง ต่อมาคลอดผู้คัดค้านที่ 1 ที่บ้านของนายหอม หลังจากคลอดแล้วนางกาหลงยังไปมาระหว่างบ้านของนายหอมและบ้านของผู้ตาย ทั้งผู้ตายก็ได้ไปเยี่ยมเยียนผู้คัดค้านที่ 1 ตอนผู้คัดค้านที่ 1 อายุ 3 ปีเศษ นางกาหลงพาผู้คัดค้านที่ 1 ไปคืนให้แก่ผู้ตายแล้วไปทำงานต่างจังหวัดผู้ตายคงให้ผู้คัดค้านที่ 1 อยู่บ้านนายหอม เมื่อผู้คัดค้านที่ 1โตแล้วไปหาผู้ตายที่สวนผู้ตายแนะนำแก่ญาติและเพื่อนบ้านว่าผู้คัดค้านที่ 1 เป็นบุตรของผู้ตาย และออกค่าเล่าเรียนแก่ผู้คัดค้านที่ 1 และมีร้อยตำรวจเอกสุดใจ มังกร ลูกพี่ลูกน้องกับผู้ตายเบิกความว่า มีบ้านอยู่ใกล้กับผู้ตายไปมาหาสู่บ่อยเคยพบผู้คัดค้านที่ 1 อยู่ในที่พักของผู้ตาย ผู้ตายบอกว่าเป็นบุตรของผู้ตาย นอกจากนี้ผู้คัดค้านที่ 1 ยังมีนายฉาง ศรีสุทกมาเบิกความว่า เคยเห็นผู้คัดค้านที่ 1 อยู่ในสวนของผู้ตายสิบกว่าครั้ง ตอนที่ผู้คัดค้านที่ 1 ไปขอค่าเล่าเรียน บางครั้งผู้ตายมีเงินไม่พอได้ขอยืมเงินจากพยานให้แก่ผู้คัดค้านที่ 1 ครั้งละ 300 บาทบ้าง 500 บาท บ้าง ประมาณ 3 ครั้ง และได้ความจากนายทอง คณารมย์อดีตประธานฌาปนกิจสงเคราะห์ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร พยานผู้คัดค้านที่ 1 ว่า ตอนผู้ตายไปสมัครเป็นสมาชิกฌาปนกิจสงเคราะห์ ได้ระบุชื่อนางสาวลักขณา พวงสุวรรณ ว่าเป็นบุตรเป็นผู้รับประโยชน์ แต่เนื่องจากนามสกุลของผู้รับประโยชน์ไม่ตรงกับผู้ตาย จึงได้สอบถามผู้ตายตามระเบียบ ผู้ตายก็ยืนยันว่าผู้รับประโยชน์เป็นบุตร ผู้ร้องเองได้เบิกความตอบคำถามค้านของผู้คัดค้านที่ 1 ว่า หลังจากผู้ตายถึงแก่ความตายแล้ว พยานได้พาผู้คัดค้านที่ 1 ไปเบิกเงินค่าฌาปนกิจสงเคราะห์จากธนาคารแสดงว่าผู้ร้องทราบว่าใบสมัครสมาชิกฌาปนกิจสงเคราะห์ได้ระบุว่าผู้คัดค้านที่ 1 เป็นบุตร นอกจากนี้ในการตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างผู้ร้องกับผู้คัดค้านทั้งสองตามเอกสารหมาย ร.10ผู้ร้องก็ยอมรับว่าผู้คัดค้านที่ 1 เป็นทายาทของผู้ตาย เห็นว่าพฤติการณ์ที่ผู้ตายได้แนะนำผู้คัดค้านที่ 1 ต่อบุคคลอื่นว่าผู้ตายเป็นบิดาของผู้คัดค้านที่ 1 ได้ให้ความอุปการะเลี้ยงดูส่งเสียเล่าเรียน ทั้งระบุในใบสมัครสมาชิกฌาปนกิจสงเคราะห์ว่าผู้คัดค้านที่ 1 เป็นบุตรให้เป็นผู้รับประโยชน์ด้วย เช่นนี้ถือได้ว่าผู้ตายได้รับรองผู้คัดค้านที่ 1 เป็นบุตรแล้ว แม้การเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายตามคำสั่งศาลมีผลนับแต่วันมีคำพิพากษาถึงที่สุดแต่เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ผู้คัดค้านที่ 1 เป็นบุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองแล้ว ย่อมถือว่าเป็นผู้สืบสันดานเหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายและมีสิทธิรับมรดกของผู้ตายซึ่งเป็นบิดาได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1629(1) โดยไม่ต้องจดทะเบียนรับรองและไม่จำต้องขอให้ศาลสั่งแสดงว่าเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายเสียก่อน เมื่อผู้คัดค้านที่ 1 เป็นผู้สืบสันดานโดยเป็นทายาทลำดับ 1ส่วนผู้ร้องเป็นทายาทลำดับ 3 จึงไม่มีสิทธิในทรัพย์มรดกของผู้ตายและถือไม่ได้ว่าผู้ร้องมีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกของผู้ตายด้วยผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ส่วนที่ผู้ร้องฎีกาอ้างว่า เป็นผู้มีสิทธิรับทรัพย์มรดกตามสัญญาประนีประนอมยอมความที่ทำกับผู้คัดค้านทั้งสองจึงเป็นผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกของผู้ตายนั้น เห็นว่าสัญญาดังกล่าวเป็นข้อตกลงระหว่างผู้ร้องกับผู้คัดค้านทั้งสองด้วยกันเองและทำขึ้นหลังจากผู้ตายถึงแก่ความตายไปแล้ว ไม่เกี่ยวข้องกับการมีสิทธิรับมรดกแต่อย่างใดไม่ก่อให้ผู้ร้องเป็นผู้มีส่วนได้เสียตามกฎหมาย ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกในคดีนี้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ตั้งผู้คัดค้านที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2231/2537 นาง ลำ ด วน รวม ทศ ผู้ร้อง นางสาว ลัก ขณา มังกรหรือพ วง สุวรรณ กับพวก ผู้คัดค้าน

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้ร้อง - นาง ลำ ด วน รวม ทศ · ผู้คัดค้าน - นางสาว ลัก ขณา มังกรหรือพ วง สุวรรณ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วุฒิ คราวุฒิ · มงคล สระฏัน · อธิราช มณีภาค
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7521/2538ฎีกา 1491/2523ฎีกา 3160/2536ฎีกา 9/2518ฎีกา 6470/2538ฎีกา 5512/2540ฎีกา 6161/2548ฎีกา 3094/2557ฎีกา 1595/2534ฎีกา 1914/2529ฎีกา 2981/2537ฎีกา 3448/2536ฎีกา 3254/2533ฎีกา 6930/2542ฎีกา 388-389/2511ฎีกา 1099/2550ฎีกา 603/2509ฎีกา 3785-3787/2552ฎีกา 3188/2533ฎีกา 5080/2542ฎีกา 3208/2538ฎีกา 472/2532ฎีกา 4639/2540ฎีกา 2087/2523
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ