⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2624/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2624/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ขับขี่ซึ่งกระทำผิดตามมาตรา 78 วรรคแรก ต้องระวางโทษตามที่กฎหมายกำหนดไว้ โดยไม่คำนึงถึงว่าได้แจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายหลังหรือไม่

ย่อคำพิพากษา

เมื่อเกิดเหตุแล้วจำเลยซึ่งขับรถยนต์เฉี่ยวชนกับรถยนต์อื่นมิได้อยู่ในที่เกิดเหตุ และมิได้ไปแจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในคืนเกิดเหตุ แม้จะอ้างว่าได้มอบให้ พ. เป็นคนคอยแจ้งเหตุต่อเจ้าพนักงานตำรวจ และในวันรุ่งขึ้นได้มาพบเจ้าพนักงานตำรวจแล้วก็ตามก็เป็นการไม่ปฏิบัติตามที่กฎหมายบังคับไว้จำเลยจึงมีความผิดตาม พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 78 วรรคแรก160 วรรคแรก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติจราจรทางบก ม.78 พระราชบัญญัติจราจรทางบก ม.160

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91,300, 390 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6)พ.ศ. 2526 มาตรา 4 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43(4),78, 157, 160 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ โดยอัยการพิเศษประจำเขต 7 ซึ่งได้รับมอบหมายจากอัยการสูงสุดรับรองให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522มาตรา 43, 157, 78 (ที่ถูกมาตรา 78 วรรคแรก), 160 วรรคแรกฐานขับรถประมาทลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 ซึ่งเป็นบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ปรับ 1,000 บาทฐานหลบหนีไม่แจ้งเหตุปรับ 500 บาท รวมปรับ 1,500 บาท ไม่ชำระค่าปรับบังคับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 คำขออื่นให้ยก จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า ตามวันเวลาเกิดเหตุ จำเลยได้ขับรถยนต์บรรทุกสิบล้อลากรถพ่วงของผู้เสียหายที่ 1 มาตามถนนบางเลน-ลาดหลุมแก้ว มุ่งหน้าไปทางอำเภอลาดหลุมแก้ว เมื่อจำเลยขับรถลงสะพานมาได้สวนกับรถยนต์เก๋งของผู้เสียหายที่ 2 ซึ่งนายอดิศรขับมาและเกิดชนกันขึ้น เป็นเหตุให้รถยนต์บรรทุกและรถยนต์เก๋ง ดังกล่าวได้รับความเสียหาย และนายอดิศรกับนางสาวรัชดาได้รับอันตรายสาหัส มีปัญหาว่าจำเลยขับรถยนต์โดยประมาทหรือไม่ พยานโจทก์ยังเป็นที่สงสัยไม่มั่นคงเพียงพอที่จะฟังว่า จำเลยขับรถยนต์โดยประมาทดังฟ้องจึงต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้แก่จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสอง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยในข้อนี้ ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น ส่วนปัญหาตามฎีกาของจำเลยที่ว่า หลังเกิดเหตุแล้วจำเลยหลบหนีโดยไม่หยุดช่วยเหลือและไม่แจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่อยู่ใกล้เคียงหรือไม่นั้นศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อเกิดเหตุแล้ว จำเลยมิได้อยู่ในที่เกิดเหตุ และมิได้ไปแจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในคืนเกิดเหตุ แม้จำเลยจะอ้างว่าได้มอบให้นายไพโรจน์เป็นคนคอยแจ้งเหตุต่อเจ้าพนักงานตำรวจ และในวันรุ่งขึ้นได้มาพบเจ้าพนักงานตำรวจแล้วก็ตาม เมื่อจำเลยออกไปจากที่เกิดเหตุและมิได้ไปแจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่อยู่ใกล้เคียงทันทีก็เป็นการไม่ปฏิบัติตามที่กฎหมายบังคับไว้ จำเลยจึงมีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 78 วรรคแรก,160 วรรคแรก ดังที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 300 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2624/2537 พนักงานอัยการ ประจำศาล แขวง นครปฐม โจทก์ นาย อำนาจ พา นิช จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ ประจำศาล แขวง นครปฐม · จำเลย - นาย อำนาจ พา นิช
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทวิช กำเนิดเพ็ชร์ · ประสิทธิ์ แสนศิริ · สมภพ โชติกวณิชย์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2047/2533ฎีกา 3518/2538ฎีกา 4713/2556ฎีกา 421/2539ฎีกา 7004/2547ฎีกา 7133/2541ฎีกา 7514/2541ฎีกา 1067/2540ฎีกา 978/2540ฎีกา 4445/2543ฎีกา 8663/2544ฎีกา 6968/2545ฎีกา 2210/2544ฎีกา 113/2543ฎีกา 7143/2544ฎีกา 2297/2537ฎีกา 6746/2537ฎีกา 1580/2542ฎีกา 2981/2530ฎีกา 2137/2532ฎีกา 4200/2546
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ