⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 978/2540

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 978/2540

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขับรถขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่นร่วมกับการขับรถด้วยความเร็วสูง ถือเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท และเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยที่ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้แม้จำเลยมิได้ฎีกา

ย่อคำพิพากษา

จำเลยขับรถในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่นและขับรถด้วยความเร็วสูงถือเป็นส่วนหนึ่งของการกระทำโดยประมาทอันเป็นการกระทำที่เกี่ยวเนื่องกันและก่อให้เกิดผลโดยตรงที่ทำให้รถคันที่จำเลยขับข้ามเกาะกลางถนนไปชนรถคันอื่นและบ้านของผู้อื่นได้รับความเสียหายและมีผู้ได้รับอันตรายแก่กายจึงเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยแม้จำเลยมิได้ฎีกาศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นอ้างได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา195วรรคสองประกอบมาตรา225

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.390 พระราชบัญญัติจราจรทางบก ม.43 พระราชบัญญัติจราจรทางบก ม.160

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยขับรถยนต์บรรทุก 6 ล้อ ในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่นไปตามถนนพุทธรักษาจากถนนสุขุมวิทมุ่งหน้าไปวัดแพรกษา ซึ่งเป็นทางโค้งหน้าโรงงานแก้วปราการด้วยความเร็วสูงเกินสมควร จนไม่สามารถบังคับรถให้อยู่ในทางเดินรถของจำเลยได้ด้วยความประมาทของจำเลยเป็นเหตุให้รถเสียหลักพุ่งข้ามเกาะกลางถนนไปชนรถยนต์โดยสาร และบ้านเลขที่ 456หมู่ที่ 3 รวมทั้งทรัพย์สินภายในบ้านได้รับความเสียหาย และสังกะสีมุงหลังคาบ้านตกลงมาถูกนายสุพจน์ วิเศษโวหารผู้เสียหายได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ เหตุเกิดที่ตำบลแพรกษาอำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390 พระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. 2522 มาตรา 43, 157, 160 จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 390 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43(2) ประกอบมาตรา 160 วรรคสาม เรียงกระทงลงโทษ ฐานขับรถในขณะเมาสุราจำคุก 2 เดือน ฐานประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390 ซึ่งเป็นบทกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุด จำคุก 1 เดือน รวมจำคุก 3 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุก 1 เดือน 15 วัน พิเคราะห์รายงานการสืบเสาะและพินิจแล้ว เห็นว่าความเสียหายจากการกระทำผิดมีมากจำเลยชดใช้ค่าเสียหายให้ผู้เสียหายเพียงบางส่วนจึงไม่มีเหตุรอการลงโทษให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทนตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 23 จำเลยอุทธรณ์ขอให้รอการลงโทษ ศาลอุทธรณ์ ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษ โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยขับรถในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น ทั้งขณะเกิดเหตุจำเลยขับรถด้วยความเร็วสูงจนเกิดเหตุทำความเสียหายแก่ทรัพย์สินคิดเป็นเงินจำนวนมาก และยังมีผู้ได้รับอันตรายแก่กายอีกด้วยพฤติการณ์แห่งการกระทำผิดของจำเลยนับว่าเป็นภัยร้ายแรงต่อสังคมที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำคุกและให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทนจึงเหมาะสมแก่สภาพความผิดและนับว่าเป็นคุณแก่จำเลยแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้นแต่ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายืนกันมาว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมและเรียงกระทงลงโทษจำเลยมานั้นเป็นการไม่ชอบ เพราะการที่จำเลยขับรถในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่นและขับรถด้วยความเร็วสูงนั้น ถือเป็นส่วนหนึ่งของการกระทำโดยประมาทอันเป็นการกระทำที่เกี่ยวเนื่องกันและก่อให้เกิดผลโดยตรงที่ทำให้รถคันที่จำเลยขับข้ามเกาะกลางถนนไปชนรถคันอื่นและบ้านของผู้อื่นได้รับความเสียหายและมีผู้ได้รับอันตรายแก่กาย จึงเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยแม้จำเลยมิได้ฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นอ้างได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสองประกอบมาตรา 225" พิพากษาแก้เป็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. 2522 มาตรา 43(2), 160 วรรคสาม ซึ่งเป็นบทกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 เมื่อลดโทษให้กึ่งหนึ่งแล้วคงจำคุก 1 เดือน ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 23 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 978/2540 พนักงานอัยการประจำศาลแขวงสมุทรปราการ โจทก์ นาย อุดม ทองย่อน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลแขวงสมุทรปราการ · จำเลย - นาย อุดม ทองย่อน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสริมศักดิ์ ผลัดธุระ · สัญชัย สิงหลกะ · อำนวย หมวดเมือง
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1656/2544ฎีกา 2530/2527ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 5305/2539ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 633/2540ฎีกา 3911/2568ฎีกา 1795/2493ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 4225/2559ฎีกา 7281/2537ฎีกา 3814/2549ฎีกา 1666/2521ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7201/2568ฎีกา 11/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ