⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2137/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2137/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การหลบหนีของผู้กระทำผิดโดยไม่ช่วยเหลือหรือแจ้งเหตุต่อเจ้าหน้าที่ ไม่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ. จราจรทางบกฯ มาตรา 160 วรรคสอง หากการกระทำนั้นไม่ได้เป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตายหรือผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัส.

ย่อคำพิพากษา

การที่ ส. ถึงแก่ความตายในที่เกิดเหตุ ส่วนโจทก์ร่วมและ ร. ผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัส สาเหตุเนื่องจากบาดแผลซึ่งเกิดจากรถชนกัน ไม่ปรากฏว่าการที่จำเลยหลบหนีโดยไม่ทำการช่วยเหลือหรือไม่แจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ใกล้เคียงทันทีตามที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ. จราจรทางบก พ.ศ. 2522มาตรา 78 เป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตายหรือผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัสการกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามพ.ร.บ. จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 160 วรรคสอง คงเป็นความผิดตามวรรคแรก แม้จำเลยจะขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้รถซึ่งจำเลยขับชนกับรถที่ ส.ขับทำให้ส. ถึงแก่ความตาย โจทก์ร่วมกับพวกได้รับอันตรายสาหัสและได้รับอันตรายแก่กายแต่ปรากฏตามฟ้องว่าผู้ตายเป็นฝ่ายขับรถโดยความประมาทด้วย และข้อเท็จจริงได้ความว่าสาเหตุที่รถชนกันนั้นเป็นเพราะผู้ตายกลับรถกลางถนนในเขตชุมนุมชน ผู้ตายจึงเป็นผู้ก่อให้เกิดการกระทำผิดอยู่มาก กรณีมีเหตุอันควรปรานี รอการลงโทษให้แก่จำเลยตาม ป.อ. มาตรา 56.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.56 พ.ร.บ.จราจรทางบก ม.78 พ.ร.บ.จราจรทางบก ม.160 พระราชบัญญัติจราจรทางบก ม.78 พระราชบัญญัติจราจรทางบก ม.160

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291,300, 390, 91 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา(ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526 มาตรา 4 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522มาตรา 43, 78, 157, 160 เพิกถอนใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถของจำเลยด้วย จำเลยให้การปฏิเสธ ในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น นายไพศาล สุทธิวานิชยกุลผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการจังหวัดสุพรรณบุรีโจทก์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 291, 300, 390 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43,157 กระทงหนึ่ง แต่ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก 1 ปี และปรับ 5,000 บาท จำเลยผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 78 อีกกระทงหนึ่งจำคุก 3 เดือนและปรับ 3,000 บาท รวมเป็นโทษจำคุก 1 ปี 3 เดือนปรับ 8,000 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยกระทำผิดมาก่อน ประกอบกับพฤติการณ์แห่งคดีปรากฏว่า นายสุวิสิทธิ์ผู้ตายขับรถยนต์ด้วยความประมาทมากกว่าจำเลย สมควรให้โอกาสจำเลยกลับตนเป็นพลเมืองดีโทษจำคุกให้รอการลงโทษมีกำหนด 2 ปี และเพิกถอนใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถของจำเลย โจทก์ร่วมและจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า สำหรับความผิดฐานหลบหนีนั้นจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 160ไม่ลงโทษปรับจำเลยและไม่รอการลงโทษให้แก่จำเลย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกาโดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 221 ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่โจทก์จำเลยไม่โต้เถียงกันฟังได้เป็นยุติว่า เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2527 เวลาประมาณ8 นาฬิกา จำเลยขับรถยนต์โดยสารหมายเลขทะเบียน 10-0032 นครปฐมแล่นไปตามถนนมาลัยแมนจากทางอำเภอเมืองสุพรรณบุรี มุ่งหน้าไปทางอำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ส่วนนายสุวิสิทธิ์ ขับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลหมายเลขทะเบียน 4 ก-2345 กรุงเทพมหานคร แล่นไปตามถนนมาลัยแมน มุ่งหน้าไปทางอำเภออู่ทองเช่นเดียวกัน เมื่อรถยนต์ทั้งสองคันแล่นไปถึงตลาดสวนแตง อำเภอเมืองสุพรรณบุรีได้เกิดชนกันเป็นเหตุให้นายสุวิสิทธิ์ถึงแก่ความตาย โจทก์ร่วมและนางสาวรังสิมาได้รับอันตรายสาหัส นางสาวประภัสสรและเด็กชายอภิดลได้รับอันตรายแก่กาย... ปัญหาที่ว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 160 วรรคสอง หรือไม่ เห็นว่า มาตรา 160 วรรคสองบัญญัติว่า "ถ้าการไม่ปฏิบัติตามมาตรา 78 เป็นเหตุให้บุคคลอื่นได้รับอันตรายสาหัสหรือตาย ผู้ไม่ปฏิบัติตามต้องระวางโทษ..." นั้นหมายถึงกรณีที่ผู้ขับรถละเลยไม่ปฏิบัติตามมาตรา 78 แล้วมีผลทำให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัสหรือถึงแก่ความตาย แต่ข้อเท็จจริงคดีนี้ได้ความว่านายสุวิสิทธิ์ถึงแก่ความตายในที่เกิดเหตุ ส่วนโจทก์ร่วมและนางสาวรังสิมาผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัส สาเหตุเนื่องจากบาดแผลซึ่งเกิดจากรถชนกัน ไม่ปรากฏว่าการที่จำเลยหลบหนีโดยไม่ทำการช่วยเหลือหรือไม่แจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ใกล้เคียงทันที เป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตายหรือผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัส การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามมาตรา160 วรรคสอง คงเป็นความผิดตามมาตรา 160 วรรคแรก ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยต่อไปอีกว่ามีเหตุอันควรรอการลงโทษให้แก่จำเลยหรือไม่ เห็นว่าแม้จำเลยจะขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้รถซึ่งจำเลยขับชนกับรถซึ่งนายสุวิสิทธิ์ขับ ทำให้นายสุวิสิทธิ์ถึงแก่ความตาย โจทก์ร่วมกับพวกได้รับอันตรายสาหัสและได้รับอันตรายแก่กาย แต่ปรากฏตามฟ้องว่าผู้ตายเป็นฝ่ายขับรถโดยความประมาทด้วย และข้อเท็จจริงได้ความว่าสาเหตุที่รถชนกันนั้นเป็นเพราะผู้ตายกลับรถกลางถนนในเขตชุมนุมชน ผู้ตายจึงเป็นผู้ก่อให้เกิดการกระทำผิดอยู่มาก กรณีมีเหตุอันควรปรานีรอการลงโทษให้แก่จำเลย..." พิพากษาแก้เป็นว่า สำหรับความผิดฐานหลบหนีนั้น จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 160 วรรคแรกวางโทษจำคุก 1 เดือน และปรับ 2,000 บาท ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ซึ่งเป็นบทหนัก ลงโทษจำคุก 1 ปีและปรับ 5,000 บาท รวมจำคุกจำเลยมีกำหนด 1 ปี 1 เดือน และปรับ7,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษมีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ถ้าไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2137/2532 พนักงานอัยการ จังหวัด สุพรรณบุรี โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ นาย ไพศาล สุทธิวานิชยกุ ล โจทก์ นาย ชำนาญ สุข แก่ น จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด สุพรรณบุรี · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - นาย ไพศาล สุทธิวานิชยกุ ล · จำเลย - นาย ชำนาญ สุข แก่ น
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุพจน์ นาถะพินธุ · วิศิษฏ์ ลิมานนท์ · ศิลปชัย มัทธุรศ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 17225/2557ฎีกา 1891/2500ฎีกา 4416/2536ฎีกา 7074/2541ฎีกา 5598/2540ฎีกา 633/2540ฎีกา 2724/2550ฎีกา 664/2520ฎีกา 3911/2568ฎีกา 2047/2533ฎีกา 412/2540ฎีกา 370/2542ฎีกา 187/2530ฎีกา 1049/2539ฎีกา 1516/2549ฎีกา 170/2539ฎีกา 6318/2534ฎีกา 1935/2541ฎีกา 4380/2542ฎีกา 4042/2547ฎีกา 5509/2549ฎีกา 3576/2536ฎีกา 1594/2523ฎีกา 4018/2542
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ