คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 593/2537
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่หน่วยงานของรัฐทราบความเสียหายและรู้ตัวผู้ต้องรับผิดทางแพ่ง ให้ถือเอาวันที่หน่วยงานของรัฐนั้นได้รับแจ้งผลการสอบสวนหรือได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับผู้ต้องรับผิดเป็นวันเริ่มต้นนับอายุความ
ย่อคำพิพากษา
จำเลยซึ่งเป็นข้าราชการปฏิบัติหน้าที่โดยประมาทเลินเล่อทำให้โจทก์ที่ 1 ซึ่งเป็นองค์การบริหารส่วนจังหวัดเสียหาย มีการตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง และหาตัวผู้รับผิดทางแพ่งขึ้น 2 ชุด คณะกรรมการสอบสวนชุดแรกทำบันทึกเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัด และ ย.ในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัดมีคำสั่งให้ดำเนินการต่อผู้ที่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายเมื่อวันที่ 13 ก.ย. 2527ส่วนรายงานของคณะกรรมการชุดหลังได้มีการบันทึกเสนอ และ ย.ผู้ว่าราชการ-จังหวัดมีคำสั่งให้ดำเนินการหลังจากนั้น ถือได้ว่าโจทก์ที่ 1 ทราบความเสียหายและรู้ตัวผู้ต้องรับผิดเมื่อวันที่ 13 ก.ย. 2527 ต่อมา ย.ในฐานะผู้ว่าราชการ-จังหวัดแจ้งให้กรมการปกครองโจทก์ที่ 2 ทราบความเสียหายและบุคคลผู้ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2527 ส่วนโจทก์ที่ 3 ไม่ปรากฏว่าทราบตัวผู้ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายเมื่อใด แต่ได้ความว่า ย.ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้แจ้งผลการสอบสวนให้โจทก์ที่ 3 ทราบ จึงฟังได้ว่าโจทก์ที่ 3 ทราบตัวผู้ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายหลังจากวันที่ 13 ก.ย. 2527 โจทก์ทั้งสองฟ้องคดีเมื่อวันที่ 9 ก.ย. 2528 จึงไม่ขาดอายุความตาม ป.พ.พ. มาตรา 448
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - องค์การบริหารส่วนจังหวัดบุรีรัมย์ · จำเลย - พันตำรวจเอกนิยม วัจนะลักษณ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สวรรค์ ศักดารักษ์ · สมชัย ศิริบุตร · สันติ ทักราล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดบุรีรัมย์ - นายเสรี เพศประเสริฐ · ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ - นายโสภณ รอดหิรัญ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา