⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6759/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6759/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่มุ่งต่อบุคคลหลายคนโดยมีเจตนาเดียวกัน ถือเป็นความผิดกรรมเดียว แม้จะมีการกระทำหลายครั้งหรือมีผู้กระทำหลายคนก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

เมื่อจำเลยกับพวกเห็นผู้ตายกับผู้เสียหายก็วิ่งเข้าทำร้ายทันทีการที่จะทำร้ายใครก่อนหลังเป็นเรื่องธรรมดา แต่เห็นเจตนาของจำเลยกับพวกได้ว่าเจตนาร่วมกันที่จะทำร้ายผู้เสียหายกับผู้ตาย เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยกับพวกมีเจตนาจะทำร้ายเฉพาะผู้ตายและเพิ่มเจตนาทำร้ายผู้เสียหายอีกคนหนึ่งในภายหลัง ลักษณะของเจตนาในการกระทำผิดเป็นอันเดียวกัน แม้จะมีการกระทำหลายหนแต่บุคคลหลายคนก็ตาม ก็ถือว่าเป็นความผิดกรรมเดียว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,80,, 83, 91 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290 วรรคแรก และมาตรา 297 ประกอบมาตรา 83 แต่การกระทำของจำเลยกับพวกเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา 290 วรรคแรก ซึ่งเป็นบทกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุดตามมาตรา 90 วางโทษจำคุก 6 ปี คำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยมีประโยชน์แก่การพิจารณาคดีอยู่บ้าง ลดโทษให้ตามมาตรา 78 (ที่ถูกเป็นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78)หนึ่งในสาม คงจำคุก 4 ปี ข้อหาอื่นให้ยก โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 และ 288, 80, 83 เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 288ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90จำคุก 20 ปี คำรับสารภาพของจำเลยในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนมีประโยชน์แก่การพิจารณาคดีอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 สมควรลดโทษให้หนึ่งในสี่ คงจำคุกจำเลย 15 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ที่จำเลยกระทำความผิดฐานร่วมกับพวกฆ่าผู้ตายและพยายามฆ่าผู้เสียหายเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันหรือไม่ โจทก์ฎีกาว่าตามคำเบิกความของผู้เสียหายได้ความว่า คนร้าย 4 คน ที่เข้ามาทำร้ายผู้ตายกับผู้เสียหาย ในตอนแรกนายหน่องใช้มีดแทงผู้ตายและจำเลยใช้ไม้ท่อนตีผู้ตาย โดยมีพวกของจำเลยอีก 2 คน คนหนึ่งถือไม้ท่อนอีกคนหนึ่งถือแป๊บน้ำคุมเชิงอยู่ หลังจากจำเลยกับนายหน่องตีและแทงผู้ตายแล้วจึงหันมาทำร้ายผู้เสียหาย โดยจำเลยใช้ไม้ตีและพวกของจำเลยอีกสองคนนั้นเข้าล็อกแขนผู้เสียหายเพื่อให้นายหน่องใช้มีดแทง พฤติการณ์ดังกล่าวไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคราวเดียวกันนั้น เห็นว่าตามที่โจทก์นำสืบ เมื่อจำเลยกับพวกรวม 4 คน เห็นผู้ตายกับผู้เสียหายก็วิ่งเข้ามาทำร้ายทันที่การที่จะทำร้ายใครก่อนหลังย่อมเป็นเรื่องธรรมดา แต่เห็นเจตนาของจำเลยกับพวกได้ว่าเจตนาร่วมกันที่จะทำร้ายผู้เสียหายกับผู้ตายไม่ปรากฏว่าจำเลยกับพวกมีเจตนาจะทำร้ายเฉพาะผู้ตายเพิ่มเจตนาทำร้ายผู้เสียหายอีกคนหนึ่งในภายหลัง การร่วมกันใช้ไม้และมีดปลายแหลมเป็นอาวุธตีและแทงผู้ตายและผู้เสียหายโดยมีสาเหตุโกรธเคืองกันมาก่อน เช่นนี้ เห็นได้ว่าเจตนาของจำเลยกับพวกต้องการทำร้ายทั้งผู้ตายและผู้เสียหาย ลักษณะของเจตนาในการกระทำความผิดเป็นอันเดียวกันแม้จะมีการกระทำหลายหนต่อบุคคลหลายคนก็ตามการฆ่าผู้ตายและพยายามฆ่าผู้เสียหายจึงถือว่าเป็นความผิดกรรมเดียวที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมานั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6759/2537 พนักงานอัยการ สำนักงาน อัยการ สูงสุด โจทก์ นาย ฉอ้อน เทพสุวรรณ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงาน อัยการ สูงสุด · จำเลย - นาย ฉอ้อน เทพสุวรรณ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธวัชชัย พิทักษ์พล · มีพาศน์ โปตระนันทน์ · สมปอง เสนเนียม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1560/2529ฎีกา 1597/2522ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 712/2559ฎีกา 2182/2567ฎีกา 5305/2539ฎีกา 226/2529ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 633/2540ฎีกา 3911/2568ฎีกา 1162/2508ฎีกา 7281/2537ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 1666/2521ฎีกา 3237/2543ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 1165/2537ฎีกา 5957/2530ฎีกา 3310/2541ฎีกา 34/2521
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา