⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7017/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7017/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์หยุดการขายทอดตลาดไว้เพื่อนำเสนอผู้อำนวยการขายพิจารณาอนุมัติ เป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมายตามคำโฆษณาบอกขายซึ่งมีผลผูกพันผู้ซื้อ

ย่อคำพิพากษา

ในการขายทอดตลาดเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ผู้คัดค้านนับ 1 ถึง 2แล้วหยุดราคาไว้เพื่อนำเสนอผู้อำนวยการขายทอดตลาดพิจารณาว่าจะอนุมัติให้ขายหรือไม่ เป็นการทำตามคำโฆษณาบอกขายที่ผู้คัดค้านได้แถลงก่อนเผดิมการสู้ราคา ซึ่งมีผลผูกพันผู้ซื้อตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 510 การกระทำของผู้คัดค้านจึงชอบด้วยกฎหมาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.296 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.510 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.123 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.146

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ผู้คัดค้านได้ทำการขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 51148 และ 696 ปรากฎว่านายบุ้นหยู แซ่เซียว ผู้ซื้อทรัพย์เป็นผู้ประมูลซื้อได้ผู้ร้องที่ 1 ยื่นคำร้องต่อผู้คัดค้านขอให้ยกเลิกการขายทอดตลาดแต่ผู้คัดค้านมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ผู้ร้องทั้งสามยื่นคำร้องว่าผู้คัดค้านทำการขายทอดตลาดทรัพย์สินของลูกหนี้โดยมิชอบและราคาที่ขายต่ำเกินไป ขอให้มีคำสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาดให้ผู้คัดค้านประกาศขายทอดตลาดใหม่ต่อไป ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า การขายทรัพย์สินของลูกหนี้ได้กระทำโดยชอบแล้ว ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นเห็นว่า ไม่ปรากฎว่าผู้คัดค้านกระทำการไปโดยมิชอบด้วยกฎหมายหรือระเบียบแต่อย่างใด จึงไม่มีเหตุที่จะเพิกถอนการขายทอดตลาดรายนี้ ให้ยกคำร้องของผู้ร้องทั้งสาม ผู้ร้องที่ 1 และ 3 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้เพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 51148 และ 696 ตำบลหนองจะบกอำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ของลูกหนี้ให้ผู้คัดค้านดำเนินการขายทอดตลาดใหม่ต่อไป ผู้คัดค้านและผู้ซื้อทรัพย์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่าเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2532 ผู้คัดค้านได้ทำการขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 51148 และ 696 ตำบลหนองจะบก อำเภอนครราชสีมาจังหวัดนครราชสีมา ของลูกหนี้ตามที่ประกาศไว้ ณ สำนักงานบังคับคดีและวางทรัพย์ภูมิภาคที่ 3 โดยกำหนดเงื่อนไขในการขายไว้ว่าผู้คัดค้านจะขานราคาครั้งแรกเป็นเงิน 11,400,000 บาท และผู้สู้ราคาจะต้องเสนอสู้ราคาเพิ่มขึ้นเป็นเงินครั้งละ 100,000 บาทเมื่อผู้สู้ราคาเสนอสู้ราคาแล้วผู้คัดค้านจะขานราคาและนับ 1สามสี่ครั้ง หากมีผู้สู้ราคาสูงขึ้นก็จะขานราคาและนับ 1สามสี่ครั้งใหม่ การขานราคาแต่ละครั้งผู้คัดค้านจะบันทึกราคาไว้เป็นหลักฐานแล้วอ่านให้ผู้เข้าสู้ราคาซื้อทรัพย์ฟังด้วยหากไม่มีผู้ใดสู้ราคาอีกก็จะนับ 2 สามสี่ครั้ง เพื่อรอให้มีการสู้ราคาสูงขึ้น ถ้าหากไม่มีผู้ใดสู้ราคาแล้ว ผู้คัดค้านจะหยุดราคาไว้แล้วนำเสนอผู้อำนวยการขายทอดตลาดพิจารณาและมีคำสั่งว่าจะอนุมัติให้ขายหรือไม่ เมื่อมีคำสั่งประการใดผู้คัดค้านก็จะปฎิบัติตามคำสั่งนั้น ในกรณีมีคำสั่งอนุมัติให้ขาย ผู้คัดค้านจะนับ 3 และเคาะไม้โดยไม่เปิดโอกาสให้มีการสู้ราคาต่อไปอีก ในวันดังกล่าวมีผู้ลงชื่อเข้าสู้ราคาซื้อทรัพย์สินของลูกหนี้ต่อผู้คัดค้านคือผู้ซื้อทรัพย์กับพวก ผู้ร้องที่ 1 ผู้ร้องที่ 3 และนายธวัชชัยพยุงสุวรรณ ปรากฎตามรายงานการขายทอดตลาดที่ดิน เอกสารหมาย จ.พ.7และก่อนขายทอดตลาดผู้คัดค้านได้ประกาศแจ้งเงื่อนไขดังกล่าวให้ผู้เข้าสู้ราคาซื้อทรัพย์ทราบแล้ว เมื่อผู้คัดค้านเปิดประมูลการขายทอดตลาด ผู้สู้ราคาซื้อทรัพย์ได้เสนอราคาสูงขึ้นเรื่อย ๆจนกระทั่งผู้ซื้อทรัพย์เสนอราคาที่ 12,100,000 บาท ผู้คัดค้านได้ขานราคาและนับไปถึง 2 แล้ว ปรากฎว่าไม่มีผู้ใดสู้ราคาให้สูงขึ้นไปอีก ผู้คัดค้านจึงหยุดราคาไว้แล้วเสนอเรื่องให้ผู้อำนวยการขายทอดตลาดพิจารณา ระหว่างนี้ผู้ร้องที่ 3 ได้เสนอสู้ราคาสูงขึ้นไปอีกเป็นเงิน 12,200,000 บาท แต่ผู้คัดค้านไม่ยินยอมให้มีการสู้ราคาต่อไปและได้นับ 3 แล้ว เคาะไม้ขายให้แก่ผู้ซื้อทรัพย์ตามที่ได้รับอนุมัติให้ขายจากผู้อำนวยการขายทอดตลาด คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของผู้คัดค้านและผู้ซื้อทรัพย์ว่า ผู้คัดค้านขายทอดตลาดทรัพย์พิพาทไปโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่าการที่ผู้คัดค้านนับ 1 ถึง 2 แล้วหยุดราคาไว้เพื่อนำเสนอผู้อำนวยการขายทอดตลาดพิจารณาว่าจะอนุมัติให้ขายหรือไม่นั้น เป็นการทำตามคำโฆษณาบอกขายที่ผู้คัดค้านได้แถลงก่อนเผดิมการสู้ราคา ซึ่งมีผลผูกพันผู้ซื้อตามความในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 510การกระทำของผู้คัดค้านจึงชอบด้วยกฎหมาย การที่มีผู้สู้ราคาสูงขึ้นไปอีก ในระหว่างนี้จึงเป็นการสู้ราคาเมื่อพ้นกำหนดเวลาที่ผู้คัดค้านได้โฆษณาเปิดโอกาสให้มีการสู้ราคาได้เสียแล้ว การสู้ราคาดังกล่าวจึงไม่มีผลตามกฎหมายและไม่เป็นเหตุให้ต้องเปิดการประมูลสู้ราคากันต่อไปอีก เพราะมิฉะนั้นแล้วการขายทอดตลาดก็อาจจะยืดเยื้อออกไปไม่มีที่สิ้นสุด ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยว่าการขายทรัพย์สินของลูกหนี้ในคดีล้มละลายจะต้องปฎิบัติให้เป็นผลดีที่สุดเพื่อประโยชน์ต่อกองทรัพย์สินของลูกหนี้และเจ้าหนี้ทั้งหลายแตกต่างจากการขายทอดตลาดทรัพย์ในคดีอื่นซึ่งมิได้มีบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยเพราะไม่ว่าเป็นการขายทอดตลาดทรัพย์ในคดีล้มละลายหรือในคดีอื่น ๆ ผลปฎิบัติย่อมจะต้องเป็นอย่างเดียวกัน กล่าวคือจะต้องขายให้เป็นผลดีทั้งแก่เจ้าหนี้และลูกหนี้รวมตลอดถึงบุคคลที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องด้วยกันทั้งสิ้น อนึ่งการขายทอดตลาดในคดีนี้ไม่มีข้อโต้แย้งขึ้นมาว่า ผู้คัดค้านขายทอดตลาดไปในราคาต่ำกว่าราคาในท้องตลาด จึงไม่มีข้อที่ศาลจะยกขึ้นมาอ้างว่าการขายทอดตลาดมิได้เป็นไปเพื่อประโยชน์แก่เจ้าหนี้และลูกหนี้ที่จะยกขึ้นมาเป็นเหตุให้เพิกถอนการขายทอดตลาดได้ การขายทอดตลาดของผู้คัดค้านในคดีนี้จึงชอบแล้ว คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา" พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องของผู้ร้องทั้งสาม ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7017/2537 ธนาคาร ศ รี นคร จำกัด โจทก์ ธนาคาร เอเชีย จำกัด กับพวก ผู้ร้อง เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์ ผู้คัดค้าน ผู้ซื้อ ทรัพย์ ผู้คัดค้าน นาย บุ้นหยู แซ่เซียว ผู้คัดค้าน นาย ไพโรจน์ เธียรอัจฉริยะ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคาร ศ รี นคร จำกัด · ผู้ร้อง - ธนาคาร เอเชีย จำกัด กับพวก · ผู้คัดค้าน - เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์ · ผู้คัดค้าน - ผู้ซื้อ ทรัพย์ · ผู้คัดค้าน - นาย บุ้นหยู แซ่เซียว · จำเลย - นาย ไพโรจน์ เธียรอัจฉริยะ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สะสม สิริเจริญสุข · สมาน เวทวินิจ · สมชัย สายเชื้อ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 594/2534ฎีกา 2573/2552ฎีกา 19883/2555ฎีกา 8235/2548ฎีกา 6968/2537ฎีกา 5706/2537ฎีกา 5378/2544ฎีกา 7466/2538ฎีกา 5086/2537ฎีกา 6605/2550ฎีกา 3781/2545ฎีกา 780/2535ฎีกา 14209/2555ฎีกา 437/2508ฎีกา 353/2536ฎีกา 2422/2545ฎีกา 5219/2534ฎีกา 241/2499ฎีกา 5768/2534ฎีกา 8337/2540ฎีกา 2644/2530ฎีกา 4432/2534ฎีกา 5015/2541ฎีกา 1690/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา