⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 907/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 907/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การได้สิทธิภารจำยอมโดยอายุความนั้น แม้จะยังไม่ได้จดทะเบียน ก็สามารถยกขึ้นใช้ยันบุคคลภายนอกที่ได้สิทธิในที่ดินมาโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริตและจดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตแล้วได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ใช้ทางพิพาทจนได้สิทธิภารจำยอมเหนือที่ดินโดยอายุความแม้โจทก์ยังไม่ได้จดทะเบียนภารจำยอม แต่โจทก์ก็สามารถยกสิทธิภารจำยอมซึ่งยังไม่ได้จดทะเบียนขึ้นใช้ยันจำเลยผู้ได้ที่ดินดังกล่าวมาโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริตและจดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตแล้วได้ จึงไม่จำต้องกำหนดเป็นประเด็นข้อพิพาทว่าจำเลยได้ที่ดินมาโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริตและจดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตหรือไม่ ตามที่จำเลยให้การ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1299

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่า ทางพิพาทซึ่งมีความกว้าง2.5 เมตร ยาว 24 เมตร ในที่ดินโฉนดเลขที่ 185 และ 2077ของจำเลยทั้งสองตามแผนผังเอกสารท้ายฟ้อง เป็นทางภารจำยอมของที่ดินโฉนดเลขที่ 188, 4434 และ 5418 ของโจทก์ทั้งสอง ให้จำเลยทั้งสองจดทะเบียนภารจำยอมในที่ดินทั้ง 2 แปลงดังกล่าวของจำเลยทั้งสองเป็นภารยทรัพย์แก่ที่ดินของโจทก์ทั้ง 3 แปลงดังกล่าว มีความกว้างยาวตามแผนผังเอกสารท้ายฟ้อง ถ้าจำเลยทั้งสองไม่ยอมไปจดทะเบียนให้แก่โจทก์ทั้งสองก็ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองให้การว่า ทางพิพาทตามฟ้องไม่ใช่ทางภารจำยอมเพราะการให้ทางดังกล่าวเป็นไปโดยอาศัยการเอื้อเฟื้อของเจ้าของที่ดิน และต่อมาก็ต้องเสียผลประโยชน์ตอบแทนในการใช้ทางดังกล่าวด้วย จำเลยทั้งสองได้ซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 185 และ 2077ซึ่งมีทางพิพาทอยู่ในที่ดินทั้ง 2 แปลงนี้มาโดยสุจริตและได้จดทะเบียนโดยสุจริต โจทก์ทั้งสองจึงอ้างสิทธิภารจำยอมซึ่งยังไม่ได้จดทะเบียนมายันจำเลยทั้งสองไม่ได้ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นชี้สองสถานกำหนดประเด็นข้อพิพาทเพียงข้อเดียวว่าโจทก์ใช้ทางพิพาทจนได้สิทธิภารจำยอมโดยทางอื่นนอกจากนิติกรรมหรือไม่ จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทเพิ่มอีกข้อหนึ่งว่า จำเลยทั้งสองได้สิทธิในที่ดินโฉนดเลขที่ 185 และ 2077 ตามฟ้อง โดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริตและได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตหรือไม่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "จำเลยทั้งสองฎีกาว่า เนื่องจากจำเลยทั้งสองได้ให้การไว้ด้วยว่า จำเลยทั้งสองซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 185และ 2077 โดยสุจริตและจดทะเบียนสิทธิไว้แล้ว เมื่อโจทก์ทั้งสองยังไม่ได้จดทะเบียนทางภารจำยอมย่อมจะอ้างสิทธิภารจำยอมซึ่งยังไม่ได้จดทะเบียนมายันจำเลยทั้งสองหาได้ไม่ กรณีจึงเป็นประเด็นข้อพิพาทดังกล่าวนี้อีกข้อหนึ่งนั้น พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าถึงหากจะฟังได้ว่าโจทก์ทั้งสองใช้ทางพิพาทจนได้สิทธิภารจำยอมเหนือที่ดินทั้งสองแปลงดังกล่าวโดยอายุความ แม้โจทก์ทั้งสองยังไม่ได้จดทะเบียนภารจำยอม แต่โจทก์ทั้งสองก็สามารถยกเลิกภารจำยอมซึ่งยังไม่ได้จดทะเบียนขึ้นใช้ยันจำเลยทั้งสองผู้ได้ที่ดินทั้งสองแปลงดังกล่าวมาโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริตและจดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตแล้วได้ ทั้งนี้ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 800/2502 คดีระหว่าง หลวงสุภาเทพ โจทก์ นางอิ่มจิตรถาวรธนสาร จำเลย ดังนั้น ที่ศาลชั้นต้นไม่กำหนดประเด็นข้อพิพาทเพิ่มตามที่จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องจึงชอบแล้ว ฎีกาจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 907/2537 นาง สุรัตนา วิไลเรืองชูวงษ์ กับพวก โจทก์ นางสาว นิตยา สุธนะดิลก กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง สุรัตนา วิไลเรืองชูวงษ์ กับพวก · จำเลย - นางสาว นิตยา สุธนะดิลก กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นาม ยิ้มแย้ม · สุรินทร์ นาควิเชียร · จรัญ หัตถกรรม
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5473/2548ฎีกา 7919/2553ฎีกา 3206/2537ฎีกา 231/2482ฎีกา 685/2550ฎีกา 1415/2540ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 6039/2537ฎีกา 377/2536ฎีกา 5640/2541ฎีกา 2709/2538ฎีกา 70/2518ฎีกา 591/2513ฎีกา 963/2536ฎีกา 119/2532ฎีกา 4185/2547ฎีกา 4484/2536ฎีกา 1008/2510ฎีกา 6555/2538ฎีกา 1816/2534ฎีกา 6663/2538ฎีกา 367/2495ฎีกา 1065/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา