คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 159/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบรรยายฟ้องเพียงแต่แสดงโดยแจ้งชัดว่าจำเลยกระทำการอย่างไร เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหายอย่างไร และความเสียหายนั้นเกิดจากการกระทำของจำเลยอย่างไร ก็เพียงพอแล้ว
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องความว่า จำเลยที่ 1 กับโจทก์ต่างขับรถไปตามถนนคนละสาย แต่ต่างมุ่งหน้าไปที่สี่แยกพระยาตรัง ซึ่งถนนทั้งสองสายจะต้องตัดผ่านจำเลยที่ 1 ขับรถยนต์บรรทุกผ่านสี่แยกด้วยความเร็วสูงไม่ระมัดระวัง จึงเป็นเหตุให้ชนกับรถจักรยานยนต์ที่โจทก์ขับมาด้วยความระมัดระวังและปฏิบัติตามกฎหมายคำฟ้องดังกล่าวได้แสดงโดยแจ้งชัดแล้วว่าจำเลยที่ 1 กับโจทก์ขับรถมาอย่างไรและเกิดชนกันอย่างไร ทั้งจำเลยที่ 2 สามารถให้การต่อสู้คดีได้ โจทก์ไม่จำต้องกล่าวว่าทั้งสองฝ่ายขับรถตามกันหรือสวนกัน หรือต่างฝ่ายต่างจอดรอสัญญาณไฟหรือฝ่าฝืนสัญญาณไฟ และชนกันในลักษณะอย่างไร ซึ่งเป็นรายละเอียดที่จะนำสืบในชั้นพิจารณา ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - จ่าสิบตำรวจชัชวาลย์ ขันธรักษ์ · จำเลย - นายคำหล้า เสือเสนา กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมาน เวทวินิจ · จิระ บุญพจนสุนทร · สมิทธิ์ วราอุบล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดจันทบุรี - นายโสภณ โรจน์อนนท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายบัญชา สหเกียรติมนตรี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา