คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1620/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดฐานละเมิดที่เกิดจากการร่วมประเวณีกับคู่สมรสของผู้อื่น เป็นการกระทำที่ต่อเนื่อง หากยังไม่หยุดการกระทำ อายุความยังไม่เริ่มนับ
ภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายมีสิทธิเรียกค่าทดแทนจากหญิงอื่นที่แสดงตนโดยเปิดเผยเพื่อแสดงว่ามีความสัมพันธ์กับสามีในทำนองชู้สาวได้ โดยไม่คำนึงถึงเหตุแห่งการหย่า
ย่อคำพิพากษา
โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 2 ได้แสดงตนโดยเปิดเผยเพื่อแสดงว่ามีความสัมพันธ์กับสามีโจทก์ในทำนองชู้สาว มาตั้งแต่ปี 2518 ตลอดมาจนถึงวันที่โจทก์ฟ้องคดีนี้ ลักษณะการกระทำของจำเลยที่ 1 ได้กระทำต่อเนื่องกันมายังมิได้หยุดการกระทำ คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความตาม ป.พ.พ. มาตรา 1529
โจทก์มีสิทธิฟ้องเรียกค่าทดแทนจากจำเลยที่ 2 ตาม ป.พ.พ.มาตรา 1523 วรรคสองได้ โดยไม่จำต้องคำนึงว่าโจทก์กับจำเลยที่ 1 ตกลงหย่ากันเองหรือศาลพิพากษาให้หย่ากันเพราะเหตุตามมาตรา 1516 (1) ตามที่บัญญัติไว้ใน ป.พ.พ. มาตรา 1523 วรรคแรก หรือไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางพิมผกา เกษมศรี · จำเลย - หม่อมราชวงศ์วรวัฒย์ เกษมศรี กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประสิทธิ์ แสนศิริ · ชลอ ทองแย้ม · ทวิช กำเนิดเพ็ชร์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นางอรพินท์ เศรษฐมานิต · ศาลอุทธรณ์ - นายธวัชชัย จาตุรงคกุล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา