คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6607/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้รับประกันภัยค้ำจุนจะรับผิดก็ต่อเมื่อผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้น และผู้ฟ้องคดีต้องบรรยายให้ชัดแจ้งถึงความผูกพันระหว่างผู้เอาประกันภัยกับผู้กระทำละเมิด เพื่อให้จำเลยทราบถึงข้อหาและต่อสู้คดีได้
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยผู้รับประกันภัยค้ำจุนรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์ แต่ตาม ป.พ.พ. มาตรา 887 ผู้รับประกันภัยค้ำจุนจะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนก็ต่อเมื่อเป็นความวินาศภัยซึ่งผู้เอาประกันจะต้องรับผิดชอบ เมื่อโจทก์กล่าวบรรยายฟ้องเพียงว่าจำเลยเป็นผู้รับประกันภัยค้ำจุนรถยนต์คันที่ อ.ขับประมาทชนรถยนต์คันที่โจทก์รับประกันภัยไว้เสียหาย โดยโจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องให้ชัดเจนว่า ผู้เอาประกันภัยรถยนต์คันที่จำเลยรับประภันภัยไว้คือใคร และ อ.ขับรถยนต์คันนั้นในฐานะอะไร หรือมีนิติสัมพันธ์อย่างไรกับผู้เอาประกันภัย อันจะเป็นเหตุให้ผู้เอาประกันภัยต้องร่วมรับผิดในผลแห่งการทำละเมิดของ อ. จำเลยผู้รับประกันภัยค้ำจุนย่อมไม่มีโอกาสทราบได้เลยว่าผู้เอาประกันภัยต้องร่วมรับผิดกับ อ.ด้วยข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาอย่างไร และย่อมไม่อาจให้การต่อสู้คดีของโจทก์ได้ คำฟ้องของโจทก์จึงเป็นคำฟ้องเคลือบคลุม ไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ.มาตรา 172 วรรคสอง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทประกันคุ้มภัย จำกัด · จำเลย - บริษัทประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ปราโมทย์ ชพานนท์ · ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · ชูชาติ ศรีแสง |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายอนันต์ ไชยถาวร · ศาลอุทธรณ์ - นายอรรถสิทธิ์ ร่มไทรทอง |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา