⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6611-6612/2538

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6611-6612/2538

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องอุทธรณ์จะกระทำได้ต่อเมื่อศาลชั้นต้นสั่งรับคำฟ้องอุทธรณ์ไว้แล้วเท่านั้น และการงดการบังคับคดีต้องเป็นไปตามเหตุที่กฎหมายกำหนดไว้.

ย่อคำพิพากษา

การแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องอุทธรณ์ต้องอยู่ในบังคับของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 179 ประกอบมาตรา 246คือต้องเป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นสั่งรับคำฟ้องอุทธรณ์ไว้แล้วแต่จำเป็นต้องแก้ไขเพิ่มเติมจึงจะกระทำได้ คดีนี้เมื่อศาลชั้นต้นมิได้รับคำฟ้องอุทธรณ์จึงไม่มีตัวคำฟ้องอุทธรณ์ที่จะต้องแก้ไขเพิ่มเติมได้ การที่จะสั่งงดการบังคับคดีได้จะต้องมีเหตุตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 292,293,294 หรือ 296ตามคำร้องของจำเลยเพียงแต่ขอให้งดการบังคับคดีไว้จนกว่าศาลอุทธรณ์จะมีคำสั่งเกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องอุทธรณ์เสียก่อนนั้น จำเลยไม่ได้ระบุอ้างเหตุตามกฎหมายดังกล่าวไว้ จึงชอบที่ศาลชั้นต้นจะสั่งยกคำร้องของจำเลย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.179 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.246 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.292 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.293 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.294 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.296

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

กรณีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ตรวจคำฟ้องอุทธรณ์ของจำเลยแล้วปรากฏว่านายงา จอกแก้ว เป็นผู้อุทธรณ์ ผู้เรียบและพิมพ์ แต่ปรากฏว่าในใบแต่งทนายความนายงาทนายจำเลยไม่มีอำนาจที่จะใช้สิทธิในการอุทธรณ์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 62 จึงไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยต่อมาเมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นอุทธรณ์แล้วจำเลยยื่นคำร้องขอแก้ไขอุทธรณ์โดยขออนุญาตให้นายวีร์ สมิตเวช ทนายความที่มีอำนาจได้ลงชื่อในอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า เนื่องจากศาลสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยแล้วจึงไม่อาจที่จะอนุญาตให้จำเลยแก้ไขอุทธรณ์ให้ถูกต้องตามขอได้ ให้ยกคำร้อง ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นงดการบังคับคดีไว้จนกว่าศาลอุทธรณ์จะมีคำสั่งเสียก่อน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า เมื่อไม่มีการทุเลาการบังคับก็ไม่มีเหตุที่จะงดการบังคับคดี ให้ยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์คำสั่งทั้ง 2 ฉบับ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการแรกว่าที่ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้จำเลยแก้ไขคำฟ้องอุทธรณ์โดยให้ทนายความผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อนั้นชอบหรือไม่ เห็นว่า การแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องอุทธรณ์ต้องอยู่ในบังคับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 179 ประกอบมาตรา 246คือจะต้องเป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นสั่งรับคำฟ้องอุทธรณ์ไว้แล้วแต่จำเป็นต้องแก้ไขเพิ่มเติมจึงจะกระทำได้ เมื่อศาลชั้นต้นมิได้รับคำฟ้องอุทธรณ์ จึงไม่มีตัวคำฟ้องอุทธรณ์ที่จะต้องแก้ไขเพิ่มเติมทั้งจะเพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้นก็กระทำมิได้เพราะศาลชั้นต้นมิได้สั่งโดยผิดระเบียบคำพิพากษาศาลฎีกาที่จำเลยอ้างข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ ฎีกาของจำเลยประการหลังมีว่า ที่ศาลชั้นต้นยกคำร้องขอให้งดการบังคับคดีของจำเลยชอบหรือไม่ เห็นว่า การที่จะสั่งงดการบังคับคดีได้จะต้องมีเหตุตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 292, 293,294 หรือ 296 ตามคำร้องของจำเลยเพียงแต่ขอให้งดบังคับคดีไว้จนกว่าศาลอุทธรณ์จะมีคำสั่งเสียก่อน ไม่ได้ระบุอ้างเหตุตามกฎหมายดังกล่าวไว้ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำสั่งของศาลชั้นต้นให้ยกคำร้องของจำเลยทั้ง 2 ฉบับ จึงชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6611 - 6612/2538 นาง สุวลี บุญศรี โจทก์ นาย สมพงษ์ บุญศรี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง สุวลี บุญศรี · จำเลย - นาย สมพงษ์ บุญศรี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชัยวัฒน์ ดุลยปวีณ · ก้าน อันนานนท์ · อัครวิทย์ สุมาวงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 8454/2544ฎีกา 3813/2535ฎีกา 5732/2552ฎีกา 609/2526ฎีกา 594/2534ฎีกา 2076/2542ฎีกา 2573/2552ฎีกา 2494/2553ฎีกา 685/2550ฎีกา 6968/2537ฎีกา 4637/2567ฎีกา 7154/2551ฎีกา 5706/2537ฎีกา 5378/2544ฎีกา 7903/2568ฎีกา 7466/2538ฎีกา 5086/2537ฎีกา 324/2503ฎีกา 10839/2558ฎีกา 361/2539ฎีกา 780/2535ฎีกา 4041/2542ฎีกา 2422/2545ฎีกา 1897/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา