⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 882/2548

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 882/2548

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลพิพากษาให้จำเลยขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากที่ดินพิพาทพร้อมส่งมอบคืนให้โจทก์ในสภาพเรียบร้อย การรื้อถอนทรัพย์สินถือเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติตามคำพิพากษาโดยผลของกฎหมายแล้ว โจทก์จึงขอให้บังคับตามคำพิพากษาได้โดยไม่ต้องยื่นคำร้องขอให้เพิ่มเติมคำว่า "รื้อถอน" ลงในคำพิพากษา

ย่อคำพิพากษา

เมื่อศาลพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากที่ดินพิพาท พร้อมส่งมอบคืนให้โจทก์ในสภาพเรียบร้อย จำเลยทั้งสี่จึงมีหน้าที่ต้องดำเนินการรื้อถอนและขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากที่ดินพิพาทพร้อมส่งมอบคืนให้โจทก์ในสภาพเรียบร้อยตามคำพิพากษาถ้าจำเลยทั้งสี่ไม่ปฏิบัติ โจทก์ย่อมขอให้บังคับให้ปฏิบัติได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 296 เบญจ โดยไม่จำต้องยื่นคำร้องขอให้เพิ่มเติมคำว่า "รื้อถอน" ลงในคำพิพากษาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 143

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.143 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.296

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลฎีกา พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้ขับไล่จำเลยทั้งสี่พร้อมขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากที่ดินพิพาทของโจทก์ พร้อมส่งมอบคืนให้โจทก์ในสภาพที่เรียบร้อย และให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันใช้ค่าเสียหายเดือนละ 10,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากที่ดินพิพาทของโจทก์ และส่งมอบคืนให้โจทก์ จำเลยทั้งสี่ไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์จึงขอหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างของจำเลยทั้งสี่ออกไปจากที่ดินพิพาท เจ้าพนักงานบังคับคดีมีคำสั่งว่าการที่โจทก์ยื่นคำแถลงขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีไปดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างของจำเลยในที่ดินพิพาท เป็นการเกินคำสั่งและคำพิพากษาของศาล ยกคำร้อง โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทำการรื้อถอนและขนย้ายสิ่งปลูกสร้างของจำเลยทั้งสี่ออกจากที่ดินพิพาท ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วให้ยกคำร้อง โจทก์ยื่นคำร้องขอให้เพิ่มเติมคำว่า "รื้อถอน" ลงในคำพิพากษาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 143 เพื่อที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะได้ดำเนินการบังคับคดีตามมาตรา 296 เบญจ ศาลฎีกามีคำสั่งว่า "พิเคราะห์แล้ว ศาลฎีกาพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 2 ให้จำเลยทั้งสี่ขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากที่ดินพิพาท พร้อมส่งมอบคืนให้โจทก์ในสภาพเรียบร้อย ดังนั้น เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าจำเลยทั้งสี่ปลูกสร้างโรงเรือนบนที่ดินพิพาท จำเลยทั้งสี่จึงมีหน้าที่ต้องดำเนินการรื้อถอนและขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากที่ดินพิพาท พร้อมส่งมอบคืนให้โจทก์ในสภาพเรียบร้อยตามคำพิพากษาอยู่แล้ว ถ้าจำเลยทั้งสี่ไม่ปฏิบัติ โจทก์ย่อมขอให้บังคับให้ปฏิบัติได้ โดยกรณีไม่จำต้องดำเนินการตามที่โจทก์ขอ ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ" ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 882/2548 นายอาษา ดำรงศิริ โจทก์ นายประเสริฐ สุกใส กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายอาษา ดำรงศิริ · จำเลย - นายประเสริฐ สุกใส กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุมิตร สุภาดุลย์ · สดศรี สัตยธรรม · นันทชัย เพียรสนอง
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 594/2534ฎีกา 2573/2552ฎีกา 8688/2551ฎีกา 6968/2537ฎีกา 5706/2537ฎีกา 5378/2544ฎีกา 7466/2538ฎีกา 9376/2539ฎีกา 1734/2506ฎีกา 5086/2537ฎีกา 6210/2534ฎีกา 3781/2545ฎีกา 1290/2529ฎีกา 780/2535ฎีกา 14209/2555ฎีกา 437/2508ฎีกา 353/2536ฎีกา 2422/2545ฎีกา 241/2499ฎีกา 5768/2534ฎีกา 8337/2540ฎีกา 2644/2530ฎีกา 7066/2539ฎีกา 5015/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ