⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1734/2506

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1734/2506

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลต้องรับฟ้องแย้งไว้พิจารณา หากข้อหาในฟ้องแย้งนั้นเกี่ยวเนื่องกับฟ้องเดิม.

ย่อคำพิพากษา

ศาลต้องพิจารณาฟ้องแย้งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 177 วรรค 3-4 คือ เป็นแต่เพียงตรวจคำคู่วามว่าจะรับฟ้องแย้งหรือไม่ ถ้าเห็นว่าเกี่ยวกับฟ้องเดิมก็ต้องรับไว้ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป เมื่อศาลชั้นต้นด่วนวินิจฉัยยกฟ้องแย้งเสีย และศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ศาลฎีกาจึงพิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และสั่งให้ศาลชั้นต้นรับฟ้องแย้งไว้ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปตามกระบวนความ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.143 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.147 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีมีปัญหามาสู่ศาลฎีกาเฉพาะในประเด็นที่ศาลชั้นต้นสั่งยกฟ้องแย้งของจำเลย และศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ฟ้องโจทก์มีใจความว่า นายไช่หงำ เช่าตึกพิพาทของโจทก์แล้วให้จำเลยเช่าช่วง ครั้นสัญญาหมดอายุโจทก์ให้จำเลยไปทำสัญญาเช่าใหม่ และ ชำระค่าเช่าให้กันโดยตรง จำเลยเพิกเฉย จึงขอให้ขับไล่และเรียกค่าเสียหาย จำเลยให้การต่อสู้และฟ้องแย้งว่า โจทก์มีหนังสือให้จำเลยไปทำสัญญาเช่า จำเลยก็ได้ตอบยืนยันขอทำสัญญาเช่าไปยังโจทก์ แต่ในที่สุดโจทก์ไม่ยอมทำสัญญาเช่า จึงขอให้ศาลบังคับโจทก์ทำสัญญาเช่าตึกแถวพิพาทให้จำเลยเป็นผู้เช่ามีกำหนด ๓ ปี ศาลชั้นต้นสั่งว่า "รับคำให้การจำเลย ส่วนฟ้องแย้งเห็นว่า หนังสือโต้ตอบระหว่างโจทก์จำเลยไม่ใช่คำเสนอคำสนองอันก่อให้เกิดสัญญา จะบังคับคดีในลักษณะสัญญาเช่าไม่ได้ ให้ยกฟ้องแย้งเสีย และนัดชี้" จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาว่า หนังสือโต้ตอบระหว่างโจทก์จำเลย เป็นคำเสนอสนองโดยชอบก่อให้เกิดความผูกพันเป็นสัญญาเช่าตามกฎหมาย ขอให้ศาลฎีกาสั่งศาลชั้นต้นรับฟ้องแย้งของจำเลยด้วย ศาลฎีกาเห็นว่า ศาลจะต้องพิจารณาฟ้องแย้งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๑๗๗ วรรค ๓-๔ ในชั้นนี้ เป็นแต่เพียงตรวจคำคู่ความว่า จะรับฟ้องแย้งหรือไม่ เมื่อเห็นว่าฟ้องแย้งเกี่ยวกับฟ้องเดิม ก็ต้องรับไว้ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป ยังไม่ต้องพิจารณาไปถึงว่าตามฟ้องแย้งจำเลยจะแพ้หรือชนะ คดีนี้ตามเอกสารที่โต้เถียงกันจะเป็นคำเสนอคำสนองเป็นสัญญาผูกพันกันตามกฎหมายหรือไม่นั้น ยังไม่ชัดแจ้งพอที่จะด่วนวินิจฉัยยกฟ้องเสีย ควรให้โอกาสอีกฝ่ายหนึ่งแก้คำฟ้องแย้งเสียก่อน พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นรับฟ้องแย้งไว้ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปตามกระบวนความ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1734/2506 นางประไพ วิริยะพันธุ์ โจทก์ นายยุงเต็ก แซ่ลิ้ม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางประไพ วิริยะพันธุ์ · จำเลย - นายยุงเต็ก แซ่ลิ้ม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)คร้าม สิวายะวิโรจน์ · ชวน สิงหลกะ · สำราญ ศิริพันธ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายเสลา หัมพานนท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุทิน เกษคุปต์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4359/2540ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 8688/2551ฎีกา 4838/2548ฎีกา 1022/2551ฎีกา 1415/2540ฎีกา 7903/2568ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 3474/2538ฎีกา 3601/2526ฎีกา 72/2505ฎีกา 119/2532ฎีกา 533/2521ฎีกา 4484/2536ฎีกา 6555/2538ฎีกา 1816/2534ฎีกา 3827/2542ฎีกา 234/2491ฎีกา 759/2519ฎีกา 710/2499ฎีกา 8087/2543ฎีกา 1065/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา