คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7317/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อทรัพย์สินที่ถูกยักยอกไม่อาจคืนแก่เจ้าของเดิมได้ จำเลยผู้กระทำผิดจะต้องคืนทรัพย์สินนั้นแก่กองมรดกโดยการโอนให้แก่ผู้จัดการมรดก หรือหากไม่อาจกระทำได้จึงต้องใช้ราคาแทน
ย่อคำพิพากษา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ว่า "ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์เป็นเงิน 4,974,987.50 บาท แก่เจ้าของ" นั้น หมายความว่าจำเลยจะต้องโอนที่ดินของเจ้ามรดกที่ได้ยักยอกคืนแก่กองมรดก หากการโอนที่ดินไม่อาจกระทำได้จำเลยจึงต้องใช้ราคา หาใช่จำเลยมีสิทธิที่จะเลือกปฏิบัติอย่างหนึ่งอย่างใดได้ไม่
ที่จำเลยฎีกาว่า ไม่สามารถโอนที่ดินกลับคืนแก่เจ้าของได้เพราะเจ้าของเดิมได้ตายไปแล้ว และจะให้จำเลยโอนที่ดินคืนกองมรดกก็ไม่ได้เพราะกองมรดกมิใช่ตัวบุคคลหรือนิติบุคคลที่จะรับโอนได้ จึงเป็นเหตุพ้นวิสัยที่จำเลยจะโอนที่ดินคืนให้ได้ตามคำพิพากษาศาลฎีกานั้น กรณีดังกล่าวหาใช่ข้ออ้างที่จำเลยจะหยิบยกขึ้นปฏิเสธการโอนที่ดินมรดกคืนแก่กองมรดกไม่ จำเลยจะต้องโอนที่ดินที่จำเลยยักยอกนั้นคืนกองมรดกโดยโอนให้แก่ผู้จัดการมรดก
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดชลบุรี · โจทก์ร่วม - นายบรรจง สมบูรณ์ทรัพย์ · จำเลย - นางสาวพิกุล อริยกุลพรหมมา |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุประดิษฐ์ หุตะสิงห์ · สุทธิ นิชโรจน์ · สุชาติ ถาวรวงษ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดชลบุรี - นางสาวจิตตรา กาญธนะประเสริฐ · ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ - นายมานะ ศุภวิริยกุล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา