คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7524/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ที่ดินที่ถูกล้อมที่ดินจนไม่มีทางออกถึงทางสาธารณะ ย่อมมีสิทธิที่จะขอผ่านที่ดินที่ล้อมอยู่ไปสู่ทางสาธารณะได้ แม้ทางจำเป็นนั้นจะไม่ได้เชื่อมต่อกับทางสาธารณะโดยตรงก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยเปิดทางเดินให้โจทก์และบริวารผ่านเข้าออกสู่ที่ดินของโจทก์ จำเลยให้การว่าโจทก์ไม่มีความจำเป็นจะต้องใช้ที่ดินของจำเลยเป็นทางออกสู่ทางสาธารณะ จึงมีประเด็นข้อพิพาทว่า ทางพิพาทเป็นทางจำเป็นหรือไม่ด้วย การที่ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทดังกล่าวและศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าทางพิพาทเป็นทางจำเป็นจึงไม่เป็นการกำหนดประเด็นข้อพิพาทและพิพากษานอกเหนือจากคำฟ้องและคำขอท้ายฟ้อง
ป.พ.พ.มาตรา 1349 มิได้บัญญัติว่า ทางจำเป็นต้องเชื่อมต่อกับทางสาธารณะโดยตรง ความมุ่งหมายของกฎหมายสำคัญอยู่ที่ให้ที่ดินที่ถูกล้อมมีทางออกถึงทางสาธารณะได้เท่านั้น ดังนั้น การขอเปิดทางจำเป็นปลายทางหาจำต้องติดทางสาธารณะเสมอไปไม่ เมื่อโจทก์ทั้งสองสามารถใช้ทางพิพาทเข้าออกสู่ที่ดินของกรมชลประทานแล้วใช้ที่ดินของกรมชลประทานเดินไปสู่ทางสาธารณะได้ ทางพิพาทก็เป็นทางจำเป็นตามกฎหมายแล้ว
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายแหวน สงแดง กับพวก · จำเลย - นายฤกษ์ยุทธ์ ธนะกิตตภูมิ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชลอ ทองแย้ม · ประสิทธิ์ แสนศิริ · ทวิช กำเนิดเพ็ชร์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดขอนแก่น - นายวิรัตน์ วิชัยพิชิตกุล · ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ - นายเรวัตร อิศราภรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา