คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8386/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอ้างสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1375 วรรคสอง จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการแย่งการครอบครองที่ดินของผู้อื่นเท่านั้น
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องอ้างว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท จำเลยให้การว่า ที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยโดยซื้อมาจากนาง ว. และจำเลยครอบครองทำประโยชน์เกินกว่าหนึ่งปี ตามคำให้การของจำเลยไม่มีปัญหาเรื่องการแย่งการครอบครองที่ดินพิพาทจากโจทก์ จึงไม่มีการอ้างสิทธิตาม ป.พ.พ. มาตรา 1375วรรคสอง เพราะการแย่งการครอบครองจะเกิดมีขึ้นได้ก็แต่ในที่ดินของผู้อื่นเท่านั้นคำให้การของจำเลยจึงไม่ก่อให้เกิดประเด็นข้อพิพาทว่า โจทก์จะต้องฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองภายในกำหนดเวลาหนึ่งปี นับแต่เวลาถูกแย่งการครอบครองหรือไม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องคดีเกินหนึ่งปี นับแต่ถูกจำเลยแย่งการครอบครองที่ดินพิพาทตาม ป.พ.พ. มาตรา 1375 วรรคสอง จึงเป็นการไม่ชอบ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายธนรัตน์ ไทยเจียมอารีย์ · จำเลย - นางละเอียด พุทธานนท์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | บรรเทิง มุลพรม · สมาน เวทวินิจ · สมิทธิ์ วราอุบล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดราชบุรี - นายเทพ อิงคสิทธิ์ · ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ - นายประมูล สรรกำเนิด |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา