คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 112/2539
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอุทิศที่ดินให้เป็นทางสาธารณสมบัติของแผ่นดินย่อมสมบูรณ์ทันทีที่ผู้เป็นเจ้าของแสดงเจตนาอุทิศ โดยไม่ต้องจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ และการออกโฉนดที่ดินภายหลังที่ดินตกเป็นสาธารณสมบัติแล้วนั้น เป็นการออกโดยมิชอบ ศาลย่อมมีอำนาจเพิกถอนได้
ย่อคำพิพากษา
จำเลยที่ 1 ทำหนังสืออุทิศถนนให้เป็นทางสาธารณประโยชน์ทั้งหมด ถนนดังกล่าวตลอดสายจึงตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินโดยสมบูรณ์ตามกฎหมายทันทีที่จำเลยที่ 1 ได้แสดงเจตนาอุทิศให้เป็นทางสาธารณประโยชน์โดยไม่ต้องจดทะเบียนโอนสิทธิการให้ทางโฉนดต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม ป.พ.พ.มาตรา 525 แม้ข้อความในตอนท้ายของหนังสืออุทิศระบุว่าจำเลยที่ 1 จะไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าว ณ สำนักงานที่ดินให้ต่อไป ก็หามีผลทำให้กรรมสิทธิ์ในที่ดินที่อุทิศยังไม่โอนไปไม่
การออกโฉนดที่ดินถนนที่อุทิศซึ่งเป็นที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 1เป็นการออกภายหลังจากที่ดินพิพาทได้ตกเป็นทางสาธารณประโยชน์แล้ว การออกโฉนดที่ดินพิพาทจึงเป็นการออกโดยมิชอบ และศาลย่อมมีอำนาจเพิกถอนได้ตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 61 วรรคท้าย
จำเลยที่ 2 ซื้อที่ดินพิพาทตามโฉนดที่ดินที่ออกโดยมิชอบเพราะออกโฉนดภายหลังจากที่ดินพิพาทได้ตกเป็นทางสาธารณประโยชน์ แม้จะได้ซื้อจากการขายทอดตลาดของศาลตาม ป.พ.พ. มาตรา 1330 ก็ตาม จำเลยที่ 2 ก็ไม่ได้รับความคุ้มครองตามบทบัญญัติดังกล่าว จำเลยที่ 2 ไม่ได้กรรมสิทธิ์และไม่มีอำนาจโอนที่ดินพิพาทแก่จำเลยที่ 3 จำเลยที่ 3 ไม่ได้กรรมสิทธิ์ด้วยจำเลยที่ 3 ไม่มีสิทธิเข้าไปครอบครองที่ดินพิพาท
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - กรุงเทพมหานคร · จำเลย - นายสุดจิตต์ จำปาทอง กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อุดม มั่งมีดี · สันติ ทักราล · สวรรค์ ศักดารักษ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่งธนบุรี - นายกำธร โพธิ์สุวัฒนากุล · ศาลอุทธรณ์ - นายสมชาย จุลนิติ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา