⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1617/2539

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1617/2539

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของจำเลยที่ชกผู้ตายจนตกน้ำและทะเลาะวิวาทกันต่อในน้ำ เป็นเหตุโดยตรงที่ทำให้ผู้ตายขาดอากาศหายใจและถึงแก่ความตาย จำเลยจึงมีความผิดฐานฆ่าคนโดยไม่เจตนา

ย่อคำพิพากษา

ขณะที่ผู้ตายเดินไปที่หัวเรือเพื่อจะขึ้นท่าถูกจำเลยซึ่งยืนอยู่ที่ท่าชกถูกที่ใบหน้า1ทีจากนั้นทั้งผู้ตายและจำเลยตกลงไปในน้ำทั้งคู่และต่างได้ชกกันในน้ำต่อไปประมาณ4ถึง5นาทีจึงได้เลิกกันผู้ตายถูกกระแสน้ำพัดไปติดหลักไม้ไผ่ใกล้ที่เกิดเหตุมีคนช่วยนำผู้ตายขึ้นจากน้ำและหมดสติไปและถึงแก่ความตายเพราะขาดอากาศหายใจในเวลาต่อมาเห็นว่าถ้าหากจำเลยไม่ชกผู้ตายและเมื่อผู้ตายและจำเลยตกลงไปในน้ำแล้วไม่มีการทำร้ายกันต่อไปอีกผู้ตายคงไม่ถึงแก่ความตายเพราะขาดอากาศหายใจการตายของผู้ตายเป็นผลโดยตรงจากการกระทำของจำเลยจำเลยย่อมผิดฐานฆ่าคนโดยไม่เจตนาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา290วรรคแรก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.59

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290 จำเลย ให้การ ปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290 จำคุก 3 ปี โจทก์ร่วม และ จำเลย อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290 วรรคแรก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ขณะที่ผู้ตายเดินไปที่หัวเรือเพื่อจะขึ้นท่าถูกจำเลยซึ่งยืนอยู่ที่ท่าชกถูกที่ใบหน้า1 ที จากนั้นทั้งผู้ตายและจำเลยตกลงไปในน้ำทั้งคู่และต่างได้ชกกันในน้ำต่อไปประมาณ 4 ถึง 5 นาที จึงได้เลิกกันผู้ตายถูกกระแสน้ำพัดไปติดหลักไม้ไผ่ใกล้ที่เกิดเหตุมีคนช่วยนำผู้ตายขึ้นจากน้ำและหมดสติไปและถึงแก่ความตายเพราะขาดอากาศหายใจในเวลาต่อมา ข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ดังกล่าว ศาลฎีกาเห็นว่าถ้าหากจำเลยไม่ชกผู้ตายและเมื่อผู้ตายและจำเลยตกลงไปในน้ำแล้วไม่มีการทำร้ายกันต่อไปอีก ผู้ตายคงไม่ถึงแก่ความตายเพราะขาดอากาศหายใจ การตายของผู้ตายเป็นผลโดยตรงจากการกระทำของจำเลยจำเลยย่อมผิดฐานฆ่าคนโดยไม่เจตนาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 290 วรรคแรก ที่จำเลยฎีกาขอให้ลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษจำเลยนั้น เห็นว่าศาลล่างทั้งสองลงโทษจำเลยเหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งรูปคดีและไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไข ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1617/2539 พนักงานอัยการ จังหวัดสมุทรปราการ โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ นาง อ่อนแสง ถึกแปลก โจทก์ นาย รักเกียรติ พิลภักดิ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัดสมุทรปราการ · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - นาง อ่อนแสง ถึกแปลก · จำเลย - นาย รักเกียรติ พิลภักดิ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมาน เวทวินิจ · สมิทธิ์ วราอุบล · บรรเทิง มุลพรม
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9275/2544ฎีกา 3172/2526ฎีกา 584-585/2471ฎีกา 2530/2527ฎีกา 4784/2529ฎีกา 2015/2521ฎีกา 6581-6582/2556ฎีกา 1715/2545ฎีกา 185/2566ฎีกา 729/2483ฎีกา 979/2501ฎีกา 3237/2543ฎีกา 530/2483ฎีกา 18654/2555ฎีกา 227/2507ฎีกา 2292/2540ฎีกา 7601/2540ฎีกา 667/2471ฎีกา 2207/2532ฎีกา 484/2479ฎีกา 253/2473ฎีกา 3962/2546ฎีกา 3380/2531ฎีกา 3750/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ