คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4702/2539
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
- เมื่อคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว คู่ความต้องปฏิบัติตามคำพิพากษาภายในระยะเวลาที่กำหนด หากไม่ปฏิบัติตาม จะเสียสิทธิในการบังคับตามคำพิพากษา.
ย่อคำพิพากษา
คชก.ตำบลบางหลวง มีมติให้โจทก์ซื้อที่นาจากผู้รับโอนในราคาไร่ละ30,000 บาท ด้วยเงินสดภายใน 30 วัน คชก.จังหวัดนครปฐมมีมติยืนยันมติของคชก.ตำบลบางหลวง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นพิพากษาเมื่อวันที่ 12ตุลาคม 2533 ให้ยกฟ้องโจทก์ โดยวินิจฉัยว่า มติของ คชก.จังหวัดนครปฐมชอบแล้ว เมื่อคำพิพากษาศาลชั้นต้นถึงที่สุดแล้ว แต่โจทก์มิได้ใช้สิทธิขอซื้อที่นาตามราคาและวิธีการชำระเงินดังกล่าวโดยโจทก์นัดให้จำเลยไปจดทะเบียนขายที่นาแก่โจทก์ในวันที่ 6 มีนาคม 2534 ซึ่งเป็นเวลาหลังมีคำพิพากษาศาลชั้นต้นถึง4 เดือนเศษ โจทก์จึงไม่มีสิทธิซื้อที่นาจากจำเลย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 ม.56
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายวาน แพกำเนิด · จำเลย - นายวรพจน์ สรรสร้างเจริญ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สถิตย์ ไพเราะ · พรชัย สมรรถเวช · สมคิด ไตรโสรัส |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครปฐม - นายสุรศักดิ์ วิมลรัตน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเหล็ก ไทรวิจิตร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา