คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1607/2539
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากโจทก์ยื่นฟ้องคดีต่อศาลเกินกว่ากำหนดเวลาหกสิบวันนับแต่วันที่คณะกรรมการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมจังหวัดมีคำวินิจฉัย คำวินิจฉัยของคณะกรรมการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมจังหวัดนั้นเป็นที่สุด และโจทก์จะไม่มีอำนาจฟ้องคดีต่อศาลอีกต่อไป
ย่อคำพิพากษา
หากโจทก์ไม่พอใจคำวินิจฉัยของ คชก.จังหวัด โจทก์มีสิทธิอุทธรณ์ต่อศาลภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ทราบคำวินิจฉัยของ คชก.จังหวัด แต่จะต้องไม่เกินหกสิบวันนับแต่วัน คชก.จังหวัดมีคำวินิจฉัยตาม พ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 มาตรา 57 วรรคหนึ่ง เมื่อโจทก์นำคดีมาฟ้องเกินหกสิบวันนับแต่วันที่ คชก.จังหวัดมีคำวินิจฉัย คำวินิจฉัยของ คชก.จังหวัดจึงเป็นที่สุดตามมาตรา 56 วรรคสอง แม้โจทก์จะฟ้องต่อศาลภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ทราบคำวินิจฉัยของ คชก.จังหวัด โจทก์ก็ไม่มีอำนาจฟ้อง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 ม.56 พระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 ม.57
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายศิริ ศรีแสงริด · จำเลย - นางจตุพร เอี่ยมสกุล |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สถิตย์ ไพเราะ · พรชัย สมรรถเวช · สมคิด ไตรโสรัส |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครปฐม - นางสาวสุรางคนา สถาพรเจริญสุข · ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ - นายประเวศ อัศวรัตน์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา