⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5796/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5796/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลจะพิพากษาบังคับตามคำขอท้ายฟ้องที่กระทบสิทธิของบุคคลภายนอกซึ่งไม่ได้ถูกฟ้องเป็นจำเลยในคดีนั้นมิได้ คำฟ้องเช่นนี้จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องว่า ที่ดินพิพาทจำเลยได้ขายให้แก่ธ.และส.ไปแล้ว และตามคำขอท้ายคำฟ้อง โจทก์ได้ขอให้ศาลพิพากษายกคำวินิจฉัยและมติที่ประชุม คชก.จังหวัดนครปฐม และให้เพิกถอนการซื้อขายที่ดินพิพาทระหว่างจำเลยกับธ.และส.โดยโจทก์มิได้ฟ้องผู้ที่เป็นคณะกรรมการ คชก. จังหวัดนครปฐมธ.และส.เป็นจำเลยด้วย คำขอท้ายคำฟ้องของโจทก์เป็นการขอให้ศาลมีคำพิพากษาไปใช้บังคับกับบุคคลภายนอกด้วย ศาลไม่สามารถพิพากษาบังคับตามคำขอท้ายคำฟ้องได้ คำฟ้องโจทก์จึงเป็นคำฟ้องที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายที่ศาลจะรับไว้พิจารณา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 พระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 ม.57

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เช่าที่ดินพิพาทของจำเลยทำนามากว่า20 ปีแล้ว ต่อมาจำเลยได้ขายที่ดินนั้นให้แก่ธ.และ ส.โดยไม่ได้แจ้งให้โจทก์ทราบตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 โจทก์ได้ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมตำบลไทรงามหรือ คชก.ตำบลไทรงาม แต่ คชก.ตำบลไทรงามได้ยกคำร้องของโจทก์ โจทก์จึงอุทธรณ์ไปยัง คชก.จังหวัดนครปฐม คชก.จังหวัดนครปฐมมีมติยกอุทธรณ์โจทก์ การที่จำเลยนำที่ดินดังกล่าวไปขายให้แก่ผู้อื่นจึงเป็นการกระทำที่ไม่สุจริตและไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 และคชก.จังหวัดนครปฐมวินิจฉัยไปโดยไม่คำนึงถึงความเป็นจริง ขอให้ยกคำวินิจฉัยและมติที่ประชุม คชก.จังหวัดนครปฐม ครั้งที่ 2/2532เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2532 ในระเบียบวาระที่ 5 ของการประชุมและให้เพิกถอนการซื้อขายที่ดินพิพาทระหว่างจำเลยกับธ.และส. จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การว่า เดิมจำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน จำเลยขายที่ดินพิพาทให้แก่ ธ.และส.โดยดำเนินการถูกต้องตามขั้นตอนของพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เนื่องจากคำวินิจฉัยตามคำขอท้ายฟ้อง โจทก์ข้อ 1ไม่ได้อยู่ในอำนาจหน้าที่ของจำเลยและปัจจุบันกรรมสิทธิ์ในที่ดินไม่ใช่ของจำเลย โจทก์ต้องขอซื้อจากผู้รับโอน ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามคำฟ้องของโจทก์นั้น โจทก์บรรยายฟ้องว่าที่ดินพิพาทจำเลยได้ขายให้แก่ ธ.และ ส.ไปแล้ว และตามคำขอท้ายคำฟ้อง โจทก์ได้ขอให้ศาลพิพากษายกคำวินิจฉัยและมติที่ประชุมคชก.จังหวัดนครปฐม ครั้งที่ 2/2532 เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2532 ในระเบียบวาระที่ 5 ของการประชุม และให้เพิกถอนการซื้อขายที่ดินพิพาทระหว่างจำเลยกับธ.และ ส. โดยที่โจทก์มิได้ฟ้องผู้ที่เป็นคณะกรรมการ คชก.จังหวัดนครปฐม เป็นจำเลยด้วย คำขอท้ายคำฟ้องของโจทก์จึงเป็นการขอให้ศาลมีคำพิพากษาไปใช้บังคับกับบุคคลภายนอกคดีด้วย ศาลไม่สามารถพิพากษาบังคับตามคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ได้ คำฟ้องของโจทก์จึงเป็นคำฟ้องที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายที่ศาลจะรับไว้พิจารณา ศาลฎีกาไม่จำต้องวินิจฉัยเนื้อหาตามฎีกาโจทก์อีกต่อไป ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์นั้นศาลฎีกาเห็นด้วยในผล ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5796/2537 นาง ปลูก ทับทิม โจทก์ นาง บุญ นา ค เลาห บุตร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง ปลูก ทับทิม · จำเลย - นาง บุญ นา ค เลาห บุตร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปราโมทย์ ชพานนท์ · อุระ หวังอ้อมกลาง · เสริม บุญทรงสันติกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 1342/2509ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 272/2490ฎีกา 3099/2524ฎีกา 3219/2534ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 2572/2541ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 991/2548ฎีกา 1170/2505ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 2610/2538ฎีกา 1687/2497ฎีกา 689/2531ฎีกา 960/2485ฎีกา 2635/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา