⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 9639/2539

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9639/2539

ป.รัษฎากร ม.40, 50 · ป.พ.พ. ม.852

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(1) ผู้จ่ายเงินมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายตามมาตรา 50 และผู้รับเงินไม่มีสิทธิเรียกเงินภาษีที่ถูกหักไว้คืน

ย่อคำพิพากษา

เงินที่โจทก์มีสิทธิได้รับจากจำเลยทั้งสองตามสัญญาประนีประนอมยอมความอันเป็นเงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(1) ซึ่งกำหนดให้เป็นเงินได้พึงประเมิน จำเลยทั้งสองผู้ต้องจ่ายเงินแก่โจทก์มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ไว้ ณ ที่จ่าย ตามประมวลรัษฎากรมาตรา 50 โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกเงินภาษีที่หักไว้ ณ ที่จ่ายคืน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.852 ประมวลรัษฎากร ม.40 ประมวลรัษฎากร ม.50

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.852 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองซึ่งเป็นนายจ้างให้ร่วมกันชำระสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชยเงินค่าจัดสรรหุ้น ค่าเสียหายอันเนื่องจากเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรมและให้จำเลยทั้งสองออกหนังสือสำคัญรับรองการทำงานแก่โจทก์วันนัดพิจารณาคู่ความตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันและศาลแรงงานกลางได้พิพากษาตามยอมไปแล้วโดยจำเลยทั้งสองยอมจ่ายเงินแก่โจทก์จำนวน 1,229,526 บาท ต่อมาจำเลยทั้งสองได้นำเงินมาวางศาลจำนวน 860,668 บาท โดยหักภาษี ณ ที่จ่ายจำนวน 401,903 บาท พร้อมด้วยหลักฐานการหักภาษี ณ ที่จ่ายเพื่อให้โจทก์รับไป โจทก์ยื่นคำขอว่า เมื่อจำเลยทั้งสองนำเงินมาวางศาลไม่ครบตามที่ระบุในสัญญาประนีประนอมยอมความ จึงเป็นฝ่ายผิดสัญญาประนีประนอมยอมความ ขอให้ออกหมายบังคับคดีแก่จำเลยทั้งสอง ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้ยกคำขอ โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยทั้งสองทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์ โดยยอมชำระเงินแก่โจทก์จำนวน 1,229,526 บาทนั้น เป็นผลสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องเรียกให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวนต่าง ๆ โดยอ้างว่าจำเลยทั้งสองเลิกจ้างโจทก์โดยไม่เป็นธรรมโดยจำเลยทั้งสองกับโจทก์มีนิติสัมพันธ์กันในฐานะนายจ้างกับลูกจ้างนั่นเอง เงินที่โจทก์มีสิทธิได้รับจากจำเลยทั้งสองตามสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าว จึงเป็นเงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานตามที่บัญญัติไว้ในประมวลรัษฎากร มาตรา 40(1) ซึ่งกำหนดให้เป็นเงินได้พึงประเมินจำเลยทั้งสองซึ่งต้องจ่ายเงินจำนวนดังกล่าวแก่โจทก์ จึงมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ไว้ ณ ที่จ่ายตามประมวลรัษฎากร มาตรา 50โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกเงินภาษีที่หักไว้ ณ ที่จ่ายคืนตามนัยคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3353/2532 ระหว่างนางประภาศิริ สัตยธรรมโจทก์ นายเดชอุดม ไกรฤทธิ์ จำเลย ที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งยกคำขอของโจทก์นั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้นส่วนที่โจทก์อุทธรณ์ว่า จำเลยทั้งสองนำเงินเดือนจำนวน 360,906 บาทซึ่งเป็นเงินเดือนที่จำเลยทั้งสองจ่ายให้โจทก์ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนมิถุนายน 2539 มารวมคำนวณภาษีด้วย ทั้งที่ได้หักภาษี ณ ที่จ่ายไว้แล้วเป็นการซ้ำซ้อนไม่ชอบนั้น เห็นว่า ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลแรงงานกลาง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9639/2539 นาง พัชราภรณ์ สันติ เสรี โจทก์ บริษัท ยูไนเต็ดคอมมูนิเคชั่นอินดั สตรี จำกัด ( มหาชน ) กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง พัชราภรณ์ สันติ เสรี · จำเลย - บริษัท ยูไนเต็ดคอมมูนิเคชั่นอินดั สตรี จำกัด ( มหาชน ) กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ณรงค์ ตันติเตมิท · สมมาตร พรหมานุกูล · ธวัชชัย พิทักษ์พล
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5890/2539ฎีกา 439/2508ฎีกา 2034/2536ฎีกา 3490/2548ฎีกา 4797/2534ฎีกา 1400/2553ฎีกา 766/2543ฎีกา 4708/2542ฎีกา 4800/2534ฎีกา 6232/2534ฎีกา 2460/2517ฎีกา 727/2567ฎีกา 5811/2533ฎีกา 12104/2547ฎีกา 566/2553ฎีกา 2642/2538ฎีกา 1280/2502ฎีกา 953/2505ฎีกา 7568/2541ฎีกา 7631/2552ฎีกา 4541/2550ฎีกา 174/2538ฎีกา 4862/2559ฎีกา 960/2506
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ