⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 960/2506

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 960/2506

ป.พ.พ. ม.850, 851, 852 · พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ ม.87, 108

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาประนีประนอมยอมความคือสัญญาที่คู่กรณีตกลงระงับข้อพิพาท โดยต่างยอมผ่อนผันให้แก่กัน ซึ่งมีผลทำให้การเรียกร้องที่สละไว้สิ้นไป และสิทธิดำเนินคดีต่อไปย่อมระงับลง.

ย่อคำพิพากษา

(1) สัญญาใดที่ทั้งสองฝ่ายมีความประสงค์จะระงับข้อพิพาทโดยต่างยอมผ่อนผันให้แก่กัน คือ โจทก์ยอมถอนฟ้องคดีซึ่งอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาล กับทั้งจะไม่เรียกร้องเกี่ยวข้องด้วยทรัพย์สินใด ๆ ของจำเลยต่อไป และฝ่ายจำเลยก็ยอมให้เงินแก่โจทก์จำนวนหนึ่งเป็นการตอบแทน สัญญานั้นย่อมเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850 (2) คดีที่ฟ้องร้องอยู่ศาลแล้ว ไม่จำเป็นที่คู่กรณีจะต้องทำสัญญาดังกล่าวในข้อ (1) นั้น แต่เฉพาะในศาลเท่านั้น อาจจะทำกันนอกศาลก็ได้ ขอแต่ให้ถูกต้องตามแบบในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 850 (3) สัญญาประนีประนอมยอมความตามที่กล่าวในข้อ (1) (2) นั้น แม้จะเกี่ยวด้วยทรัพย์ราคามากกว่า 200 บาท ซึ่งเกินจำนวนราคาที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 มาตรา 108 ก็ตาม แต่อำเภอย่อมมีอำนาจทำให้ได้ตามพระราชบัญญัติดังกล่าวแล้ว มาตรา 87 ถ้าเป็นเรื่องที่โจทก์จำเลยตกลงกันให้อำเเภอทำ ส่วนตามมาตรา 108 นั้น เป็นเรื่องที่กฎหมายให้อำนาจกรมการอำเภอหมายเรียกคู่กรณีมาเปรียบเทียบ (4) ผลของสัญญาดังกล่าวในข้อ (1) ถึง (3) ย่อมทำให้การเรียกร้องที่โจทก์ได้ยอมสละไว้สิ้นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 852 และสิทธิดำเนินคดีต่อไปย่อมระงับหมดสิ้นลง แม้จำเลยไม่ฟ้องแย้งให้ถอนฟ้อง ศาลก็พิพากษายกฟ้องได้. (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 10/2506)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.175 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.850 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.851 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.852 พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 ม.87 พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 ม.108

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.175 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า ไม่อาจอยู่กินฉันสามีภริยากับจำเลย ขอแบ่งทรัพย์ครึ่งหนึ่ง ๓๐๐,๐๐๐ บาท ฯลฯ จำเลยให้การปฎิเสธหลายประการ ศาลแพ่งพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาหลายข้อ แต่มีอยู่ข้อหนึ่งซึ่งเป็นข้อกฎหมายว่าเอกสาร ล.๑ มิใช่สัญญาประนีประนอมยอมความ อนึ่ง คดีที่อยู่ในศาลแล้ว คณะกรมการอำเภอย่อมหมดอำนาจที่จะทำการเปรียบเทียบ และตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่มาตรา ๑๐๘ คณะกรมการอำเภอเปรียบเทียบคดีทุนทรัพย์ไม่เกิน ๒๐๐ บาท ทั้งต้องเป็ฯคดีที่เกิดในเขตอำเภอเมืองสมุทรสงครามด้วย ศาลฎีกาได้ปรึกษาฎีกาของโจทก์ข้อนี้โดยที่ประชุมใหญ่แล้ว เห็นว่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๘๕๐ บัญญัติว่า "อันสัญญาประนีประนอมนั้น คือ สัญญาซึ่งผู้เป็นคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายระงับข้อพิพาทอันใดอันหนึ่งซึ่งมีอยู่ หรือจะมีขึ้นนั้นให้เสร็จไปด้วยต่างยอมผ่อนผันให้แก่กัน" และเอกสาร ล.๑ นี้ก็เป็นสัญญาที่ทั้งสองฝ่ายมีความประสงค์จะระงับข้อพิพาทด้วยต่างยอมผ่อนผันให้แก่กัน คือ โจทก์ยอมถอนฟ้องคดีนี้และคดีแพ่งดำที่ ๖๖๐/๒๔๙๙ กับทั้งจะไม่เรียกร้องเกี่ยวข้อด้วยทรัพย์สินใด ๆ ของจำเลยต่อไป โดยฝ่ายจำเลยยอมให้เงินสามหมื่นบาทแก่โจทก์เป็นการตอบแทน เอกสาร ล.๑ จึงเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความตามความหมายของมาตรา ๘๕๐ ทุกประการ อนึ่ง คดีที่ฟ้องร้องอยู่ในศาลแล้วไม่จำเป็นที่คู่กรณีจะต้องทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันแต่เฉพาะในศาลเท่านั้น อาจจะทำกันนอกศาลก็ได้ ข้อสำคัญก็คือ ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือตามมารตรา ๘๕๑ เรื่องนี้โจทก์จำเลยตกลงกันให้อำเภอเมืองสมุทรสงครามทำสัญญาประนีประนอมให้ ทางอำเภอย่อมมีอำนาจทำให้ได้ตามมาตรา ๘๗ แห่งพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.๒๔๕๗ ส่วนมาตรา ๑๐๘ ที่โจทก์อ้างมานั้น เป็นเรื่องคดีชนิดใดที่กฎหมายให้อำนาจคณะกรมการอำเภอหมายเรียกคู่กรณีมาเปรียบเทียบได้ ในประการสุดท้าย โจทก์ฎีกาว่า แม้จำเลยจะกล่าวอ้างเอกสาร ล. ๑ ในคำให้การก็ดี แต่จำเลยไม่ได้ฟ้องแย้งขอให้บังคับโจทก์ให้ถอนฟ้อง ศาลไม่มีสิทธิจะยกเอกสาร ล.๑ ขึ้นยกฟ้องโจทก์ได้ เห็นว่าผลแห่งสัญญาประนีประนอมยอมความย่อมทำให้การเรียกร้องซึ่งโจทก์ได้ยอมสละเสียแล้วนั้นระงับสิ้นไป ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๕๒ สิทธิของโจทก์ที่จะดำเนินคดีนี้ต่อไปก็ย่อมระงับหมด-สิ้นลง จำเลยไม่จำต้องฟ้องแย้งบังคับให้โจทก์ถอนฟ้อง ศาลพิพากษายกฟ้องของโจทก์ได้ทีเดียว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น จึงพิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 960/2506 นางบุญช่วย อุนสุวรรณ(หม้าย) โจทก์ นายโกวิท อุนสุวรรณ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางบุญช่วย อุนสุวรรณ(หม้าย) · ล. - นายโกวิท อุนสุวรรณ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บริรักษ์จรรยาวัตร · จิตติ ติงศภัทิย์ · สุธรรมานุวัตน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายชิต บุณยประภัศร · ศาลอุทธรณ์ - หลวงอนุสสรนิติสาร.
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2749/2538ฎีกา 1721/2528ฎีกา 3996/2541ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 2834/2527ฎีกา 7903/2568ฎีกา 3231/2557ฎีกา 3099/2524ฎีกา 1079/2497ฎีกา 1000/2505ฎีกา 2572/2541ฎีกา 2460/2517ฎีกา 1360/2544ฎีกา 643/2497ฎีกา 1765/2492ฎีกา 861/2540ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 72/2505ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา