⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 9935/2539

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9935/2539

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำวินิจฉัยของคณะกรรมการที่ปรึกษา (คชก.) จะไม่ชอบด้วยกฎหมาย หากผู้มีส่วนได้เสียในกรณีพิพาทนั้นเป็นกรรมการของ คชก. ด้วย และศาลมีอำนาจปฏิเสธไม่รับบังคับตามคำวินิจฉัยนั้นได้

ย่อคำพิพากษา

เมื่อ ช.กรรมการคชก.ตำบลลำโพเป็นบุตรของโจทก์ทั้งสอง ช. จึงเป็นผู้มีส่วนได้เสียในกรณีพิพาทรายนี้คำวินิจฉัยของ คชก. ตำบลลำโพ จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา 18 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 ศาลมีอำนาจปฎิเสธไม่รับบังคับตามคำวินิจฉัยนั้นได้ ตามมาตรา 58 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 221 และพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2530 มาตรา 3 และมาตรา 24 วรรคหนึ่ง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 ม.18 พระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 ม.58 พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2530 ม.3 พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2530 ม.24

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองเช่าที่ดินโฉนดเลขที่ 5174ทำนาเรื่อยมาเป็นเวลา 30 ปี จำเลยที่ 1 ขายที่ดินแปลงดังกล่าวให้จำเลยที่ 2 ในราคา 500,000 บาท โดยมิได้แจ้งให้โจทก์ทั้งสองในฐานะผู้เช่านาทราบ คชก. ตำบลลำโพ มีมติให้โจทก์ที่ 1ซื้อที่นาคืนจากจำเลยที่ 2 ได้ จำเลยทั้งสองมิได้อุทธรณ์คำวินิจฉัยของ คชก. ตำบลลำโพ ขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 5174 ตำบลลำโพ อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรีระหว่างจำเลยทั้งสอง แล้วให้จำเลยทั้งสองโอนขายให้โจทก์ทั้งสองในราคา 500,000 บาท หากไม่อาจเพิกถอนได้ให้จำเลยที่ 2 ในฐานะผู้ซื้อร่วมกันหรือแทนกันกับจำเลยที่ 1 โอนขายให้โจทก์ทั้งสองในราคา 500,000 บาท หากจำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามขอให้โจทก์ทั้งสองวางเงิน 500,000 บาท ต่อศาลแล้วถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาโอนขายที่ดินให้โจทก์ทั้งสองแทนจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์ทั้งสองไม่เคยร่วมกันเช่าที่ดินพิพาทจากจำเลยที่ 1 มติของ คชก. ตำบลลำโพเป็นไปโดยมิชอบและมิได้เป็นไปตามกฎหมาย จำเลยทั้งสองไม่เคยทราบถึงมติดังกล่าวมาก่อน จำเลยที่ 1 ขายที่ดินให้จำเลยที่ 2ในราคา 750,000 บาท ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับ ให้เพิกถอนการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 5174 ตำบลลำโพ อำเภอบางบัวทองจังหวัดนนทบุรี ระหว่างจำเลยทั้งสอง แล้วให้จำเลยที่ 1 โอนขายให้โจทก์ทั้งสองในราคา 500,000 บาท หากจำเลยที่ 1 ไม่ปฏิบัติตามให้โจทก์ทั้งสองวางเงิน 500,000 บาท ต่อศาล แล้วถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาโอนขายที่ดินให้โจทก์ทั้งสองแทนจำเลยที่ 1 คำขออื่นให้ยก จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้บังคับตามคำวินิจฉัยของ คชก. ตำบลลำโพอันเป็นที่สุดตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524มาตรา 58 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า ในการพิจารณาของศาล ให้ถือว่าคำวินิจฉัยดังกล่าวเป็นคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการโดยให้นำบทบัญญัติว่าด้วยการพิจารณาพิพากษาตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับแก่การพิจารณาพิพากษาตามคำวินิจฉัยของ คชก. ตำบลโดยอนุโลม คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่า คำวินิจฉัยของ คชก.ตำบลลำโพชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ข้อเท็จจริงได้ความจากคำเบิกความของโจทก์ที่ 2 นายไสว เหมือนสิน สารวัตรกำนันตำบลลำโพ นายกรินทร์ สิงคิวิบูลย์ ปลัดอำเภออาวุโสซึ่งทำหน้าที่เป็นเลขานุการ คชก. ตำบลลำโพ พยานโจทก์และจำเลยที่ 2รับกันฟังได้ว่าในวันประชุม คชก. ตำบลลำโพ นายชาญ นาคบางกรรมการ คชก. ตำบลลำโพ โดยตำแหน่งในฐานะเป็นผู้ใหญ่บ้านเป็นบุตรของโจทก์ทั้งสองได้เข้าร่วมประชุมและลงมติในคำวินิจฉัยด้วยตามรายงานการประชุม คชก. ตำบลลำโพ เอกสารหมาย จ.5 เห็นว่า เมื่อนายชาญ กรรมการ คชก. ตำบลลำโพ เป็นบุตรของโจทก์ทั้งสอง นายชาญจึงเป็นผู้มีส่วนได้เสียในกรณีพิพาทรายนี้คำวินิจฉัยของ คชก. ตำบลลำโพ ดังกล่าวฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 มาตรา 18 วรรคสามซึ่งบัญญัติว่า ห้ามมิให้กรรมการซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้เสียในกรณีพิพาทรายใดเข้าร่วมประชุมและใช้สิทธิในการพิจารณาและลงมติในกรณีพิพาทรายนั้น "คำวินิจฉัยของ คชก. ตำบลลำโพดังกล่าวจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลมีอำนาจปฏิเสธไม่รับบังคับตามคำวินิจฉัยนั้นได้ ตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมพ.ศ. 2524 มาตรา 58 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 221 และพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการพ.ศ. 2530 มาตรา 3 และ มาตรา 24 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาจึงไม่รับบังคับตามคำวินิจฉัยของ คชก. ตำบลลำโพตามฟ้องฎีกาจำเลยทั้งสองข้อนี้ฟังขึ้น ไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาจำเลยทั้งสองข้ออื่นเพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง" พิพากษากลับให้ยกฟ้องแต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ทั้งสองที่จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายใหม่ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9935/2539 นาย ผิน นาค บาง กับพวก โจทก์ นาง บัง อร ยอดนิล กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย ผิน นาค บาง กับพวก · จำเลย - นาง บัง อร ยอดนิล กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กนก พรรณรักษา · พิมล สมานิตย์ · สมชัย สายเชื้อ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5543/2534ฎีกา 803/2538ฎีกา 1339/2538ฎีกา 463/2538ฎีกา 47/2537ฎีกา 8599/2542ฎีกา 1916/2544ฎีกา 2466/2538ฎีกา 467/2539ฎีกา 108/2547ฎีกา 5701/2538ฎีกา 4658/2533ฎีกา 2503/2552ฎีกา 2560/2539ฎีกา 2556/2536ฎีกา 1848/2538ฎีกา 5690/2539ฎีกา 298/2539ฎีกา 5196/2539ฎีกา 8294/2540ฎีกา 5595/2539ฎีกา 4148/2541ฎีกา 2259/2538ฎีกา 2546/2547
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ