คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5690/2539
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้มีส่วนได้เสียในคำวินิจฉัยของคณะกรรมการที่ปรึกษาการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คชก.) ที่ถึงที่สุด ย่อมมีอำนาจฟ้องต่อศาลเพื่อขอให้บังคับตามคำวินิจฉัยนั้นได้
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของ คชก. ที่ถึงที่สุดคือไม่ยอมให้โจทก์เช่าทำนาในที่ดินพิพาททั้งสองแปลงต่อไปตามเดิม และไม่ยอมขายที่ดินพิพาททั้งสองแปลงให้แก่โจทก์ตามที่ คชก.จังหวัดมีคำวินิจฉัย การที่จำเลยไม่ยอมปฏิบัติตามคำวินิจฉัยอันถึงที่สุดของ คชก.จังหวัด ทั้งสองกรณีนี้ พ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 มาตรา 58 วรรคหนึ่ง บัญญัติให้ผู้มีส่วนได้เสียร้องขอต่อศาลให้บังคับตามคำวินิจฉัยของ คชก.จังหวัดได้อยู่แล้ว โจทก์ซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้เสียในกรณีนี้ย่อมฟ้องขอให้ศาลบังคับตามคำวินิจฉัยของ คชก.จังหวัดได้ตามบทบัญญัติดังกล่าว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางบุญยัง แสงโชติ · จำเลย - นายอำนวย จันทร |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุรินทร์ นาควิเชียร · สละ เทศรำพรรณ · ถวิล อินทรักษา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดพิจิตร - นายสบเกียรติ วัฒนถาวร · ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ - นางจังหวัด วิเชียรสวรรค์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา