⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2384/2540

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2384/2540

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อโจทก์มิได้อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลชั้นต้นที่วินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ปัญหาอำนาจฟ้องของโจทก์จึงเป็นอันยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์จะยกปัญหานี้ขึ้นวินิจฉัยใหม่เองไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง โจทก์ไม่ได้อุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาของศาลชั้นต้นดังกล่าว เท่ากับโจทก์ยอมรับแล้วว่าโจทก์ฟ้องคดีนี้ไม่ได้ ปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องของโจทก์จึงเป็นอันยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นการที่ศาลอุทธรณ์ยกปัญหานี้ขึ้นวินิจฉัยเองว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องทั้งที่โจทก์ไม่ได้โต้แย้งแล้ว จึงเป็นการไม่ชอบ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยและบริวารรื้อถอนขนย้ายสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดิน ส.ค.๑ ของโจทก์และห้ามเกี่ยวข้องอีกต่อไป หากไม่ปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาแทนจำเลย กับให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายเดือนละไม่ต่ำกว่า ๕๐๐ บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะออกไปจากที่ดินพิพาท จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยได้เนื่องจากที่ดินพิพาทดังกล่าวเป็นของมารดาจำเลย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดกของนายสี ลิสอน โจทก์ นายโพธ์ ลิสอนและมารดาจำเลยต่างเป็นทายาทมีสิทธิรับมรดกของนายสีจึงเป็นเจ้าของร่วมกัน โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยซึ่งอยู่ในที่พิพาทโดยอาศัยสิทธิของมารดา พิพากษายกฟ้อง จำเลยอุทธรณ์ว่า ที่พิพาทไม่ใช่ทรัพย์มรดกของนายสี ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค ๓ นายวิวัฒน์ ลิสอนผู้จัดการมรดกของนายสี ลิสอน โจกท์ถึงแก่กรรม นายโพธิ์ ลิสอน ผู้จัดการมรดกอีกคนหนึ่งของนายสี ลิสอน ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนศาลอุทธรณ์ภาค ๓ อนุญาต ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ วินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังตามคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นได้ว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดกของนายสี และวินิจฉัยว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องแต่ศาลชั้นต้นยังไม่ได้วินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความแล้วหรือไม่ พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยประเด็นอายุความต่อไปแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมนียมในชั้นนี้ให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่จำเลยฎีกาว่าที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ วินิจฉัยว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องไม่ชอบเพราะโจทก์ไม่ได้อุทธรณ์คำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นในประเด็นข้อนี้ ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ ไม่มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องนั้น โจทก์ไม่ได้อุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาของศาลชั้นต้นดังกล่าว เท่ากับโจทก์ยอมรับแล้วว่า โจทก์ฟ้องคดีนี้ไม่ได้ ปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องของโจทก์จึงเป็นอันยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น การที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ ยกปัญหานี้ขึ้นวินิจฉัยเองว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องทั้งที่โจทก์ไม่ได้โต้แย้งแล้ว จึงเป็นการไม่ชอบ พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2384/2540 นายวิวัฒน์ ลิสอน ในฐานะผู้จัดการมรดก ของนายสี ลิสอน โดยนายโพธิ์ ลิสอน ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน โจทก์ นายวิเชียร อินทร์กล่ำ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความในฐานะผู้จัดการมรดก - นายวิวัฒน์ ลิสอน · โจทก์ - ของนายสี ลิสอน โดยนายโพธิ์ ลิสอน ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน · จำเลย - นายวิเชียร อินทร์กล่ำ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · ธีระจิต ไชยาคำ · ประกาศ บูรพางกูร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครปฐม - นายภานุวัฒน์ ศุภะพันธุ์ · ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ - นายสุรพล เอกโยคยะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 5473/2548ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 3206/2537ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 3136/2524ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 1360/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา