คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6370/2540
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. ปัญหาอำนาจฟ้องเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน คู่ความสามารถยกขึ้นอ้างได้ในชั้นอุทธรณ์และฎีกา แม้ศาลชั้นต้นไม่ได้กำหนดเป็นประเด็นข้อพิพาท
2. ศาลฎีกามีอำนาจวินิจฉัยปัญหาที่จำเลยฎีกาให้ถูกต้องตามกฎหมายได้ แม้ศาลชั้นต้นจะกำหนดประเด็นข้อพิพาทไว้เพียงข้อเดียว
3. สัญญาบัญชีเดินสะพัดเลิกกันในวันที่โจทก์ได้รับหนังสือบอกเลิกสัญญา หากไม่มีข้อขัดกับกฎหมายหรือสัญญา
ย่อคำพิพากษา
ปัญหาว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนซึ่งจำเลยได้ให้การต่อสู้คดีไว้แล้วแม้ศาลชั้นต้นจะไม่ได้กำหนดเป็นประเด็นข้อพิพาทไว้ คู่ความก็มีสิทธิยกขึ้นอ้างในชั้นอุทธรณ์และฎีกาได้ ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 225 วรรคสอง และมาตรา249 วรรคสอง
จำเลยฎีกาอ้างว่า โจทก์คิดยอดหนี้ตามบัญชีกระแสรายวันไม่ถูกต้อง แม้ศาลชั้นต้นจะกำหนดประเด็นข้อพิพาทเพียงข้อเดียวว่าโจทก์ทำกลฉ้อฉลหลอกลวงให้จำเลยทำสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีตามฟ้องหรือไม่ก็ตาม ศาลฎีกาก็มีอำนาจวินิจฉัยในปัญหาที่จำเลยฎีกาให้ถูกต้องตามกฎหมายได้
จำเลยมีหนังสือบอกเลิกสัญญาบัญชีเดินสะพัดและขอถอนหลักประกันคืน เมื่อ ป.พ.พ.มาตรา 859 บัญญัติให้คู่สัญญาฝ่ายใดจะบอกเลิกสัญญาบัญชีเดินสะพัดและให้หักทอนบัญชีกันเสียในเวลาใด ๆ ก็ได้ ถ้าไม่มีอะไรปรากฏเป็นข้อขัดกับที่กล่าวมานี้ และตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีฉบับพิพาทไม่มีข้อห้ามจำเลยบอกเลิกสัญญาก่อนกำหนด ดังนั้น สัญญาบัญชีเดินสะพัดจึงเลิกกันในวันที่โจทก์ได้รับหนังสือบอกเลิกสัญญาดังกล่าวแล้ว
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) · จำเลย - นายศิริ แก้วเกลี้ยง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · บุญธรรม อยู่พุก · ประกาศ บูรพางกูร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายปกรณ์ วงศาโรจน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายพงษ์เทพ ศิรพงศ์ติกานนท์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา