คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7252/2540
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเปลี่ยนแปลงกฎหมายที่ทำให้การกระทำที่เคยเป็นความผิดอยู่ก่อนแล้วกลายเป็นไม่เป็นความผิดนั้น กฎหมายใหม่ย่อมมีผลย้อนหลังไปถึงการกระทำนั้น และศาลมีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้แม้ไม่มีคู่ความฎีกา.
ย่อคำพิพากษา
จำเลยกระทำความผิดฐานเสพแอมเฟตามีนอันเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 ตามพ.ร.บ. วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 และจากนั้นจำเลยขับรถบรรทุกสิบล้อไปตามถนนอันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย แต่ระหว่างพิจารณาคดีของศาลฎีกา ได้มีประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 135 (พ.ศ.2539)เรื่อง ระบุชื่อและประเภทยาเสพติดให้โทษ ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522ระบุให้เมทแอมเฟตามีนเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ไม่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทพ.ศ.2518 อีกต่อไป อันเป็นผลให้การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตามพ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 ทวิ วรรคหนึ่ง และมาตรา 157 ทวิวรรคหนึ่ง จำเลยจึงไม่มีความผิดตามบทกฎหมายดังกล่าว ปัญหาดังกล่าวเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยแม้ไม่มีคู่ความฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ ตาม ป.วิ.อ.มาตรา 185, 195 วรรคสอง, 215 และ 225
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสุรินทร์ · จำเลย - นายอุทัย เกตุแก้ว |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมชัย สายเชื้อ · วิรักษ์ เอื้ออังกูร · ธรรมนูญ โชคชัยพิทักษ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสุรินทร์ - นายสุนัย จันทร์ตรี · ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ - นายวิชัย เหลืองวิไล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา