⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2100/2540

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2100/2540

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเสพวัตถุออกฤทธิ์เป็นองค์ประกอบความผิดส่วนหนึ่งของการเป็นผู้ขับขี่เสพวัตถุออกฤทธิ์ การกระทำดังกล่าวจึงเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท

ย่อคำพิพากษา

แม้จำเลยเสพเมทแอมเฟตามีนเพียงอย่างเดียวก็เป็นความผิดสำเร็จในทันทีที่เสพแต่ความผิดฐานเป็นผู้ขับขี่เสพวัตถุออกฤทธิ์ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกฯ และฐานเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ขับรถยนต์ไปตามทางหลวงและทางสาธารณะโดยขณะขับรถได้เสพเมทแอมเฟตามีน การกระทำดังกล่าวยังอาศัยองค์ประกอบความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีนประกอบกับการขับรถยนต์ด้วยจึงจะเป็นความผิด ดังนั้น การที่โจทก์ฟ้องว่าภายหลังจากจำเลยได้เสพเมทแอมเฟตามีนเข้าสู่ร่างกายแล้ว จำเลยได้ปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ขับรถจึงเป็นความผิดที่เกิดจากการกระทำหลายอย่างประกอบกันซึ่งการเสพเมทแอมเฟตามีนเป็นเพียงองค์ประกอบความผิดส่วนหนึ่ง การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ.2522 ม.102

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้กระทำความผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกัน กล่าวคือ1. จำเลยได้เสพเมทแอมเฟตามีนอันเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 51 (พ.ศ. 2531) ลงวันที่ 7 มิถุนายน 2531 ด้วยวิธีรับประทานอันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย 2. ภายหลังเสพวัตถุออกฤทธิ์ดังกล่าว ตามฟ้องข้อ 1 แล้วจำเลยซึ่งได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถยนต์บรรทุกประเภท 3 เลขที่ 1 สท 00003/2534 ได้ปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ประจำรถโดยเป็นผู้ขับรถยนต์บรรทุก คันหมายเลขทะเบียน 88 - 9499กรุงเทพมหานคร ไปตามถนนสายพิษณุโลก - หล่มสัก อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 4, 6,62 ตรี, 106 ตรี พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43 ทวิ, 157 ทวิพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 102 (3 ตรี), 127 ทวิ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และขอให้ศาลสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่มีกำหนดไม่น้อยกว่าหกเดือนหรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษฐานเสพวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 จำคุก 1 ปี ฐานเป็นผู้ขับขี่แล้วเสพวัตถุออกฤทธิ์ลงโทษจำคุก 2 เดือน รวมเป็นลงโทษจำคุก 1 ปี 2 เดือนจำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 7 เดือน พิเคราะห์รายงานการสืบเสาะและพินิจจำเลยก่อนมีคำพิพากษาแล้ว จำเลยประกอบอาชีพขับรถบรรทุกต้องตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใช้ถนน แต่จำเลยกลับเสพวัตถุออกฤทธิ์ในขณะขับรถซึ่งอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้ อันจะส่งผลกระทบต่อผู้อื่นได้ ไม่มีเหตุที่จะรอการลงโทษจำเลย และให้พักใช้ใบอนุญาตขับขี่ของจำเลยมีกำหนด6 เดือน นับแต่วันมีคำพิพากษา จำเลยอุทธรณ์ขอให้ลงโทษสถานเบาโดยรอการลงโทษหรือรอการกำหนดโทษ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า การกระทำความผิดของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2535 มาตรา 62 ตรี ประกอบกับมาตรา 106 ตรี ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 1 ปี และปรับ 20,000บาท ลดโทษกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 เดือน และปรับ10,000 บาท จำเลยไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน จึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปีและคุมความประพฤติ 1 ปี โดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 3 เดือนต่อครั้ง ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 และให้พักใช้ใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ของจำเลยมีกำหนด 6 เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า การกระทำความผิดฐานเสพวัตถุออกฤทธิ์ตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518และความผิดฐานเป็นผู้ขับขี่รถเสพวัตถุที่ออกฤทธิ์โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมายตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 และพระราชบัญญัติการขนส่งทางบกพ.ศ. 2522 ตามฟ้องโจทก์เป็นการกระทำความผิดหลายกรรมต่างกันนั้น เห็นว่า แม้โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิดทั้งสองฐานดังกล่าวข้างต้นเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันโดยระบุในฟ้องข้อ 2 ว่า ภายหลังจากจำเลยได้เสพเมทแอมเฟตามีนตามข้อ 1เข้าสู่ร่างกาย จำเลยได้ปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ขับรถ และแม้การเสพเมทแอมเฟตามีนเพียงอย่างเดียวจะเป็นความผิดสำเร็จในทันทีที่จำเลยเสพดังที่โจทก์กล่าวอ้างในฎีกาก็ตามแต่ความผิดฐานเป็นผู้ขับขี่เสพวัตถุออกฤทธิ์ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกและฐานเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ขับรถยนต์ไปตามทางหลวงและทางสาธารณะโดยขณะขับรถได้เสพเมทแอมเฟตามีน ก็เป็นการกระทำที่ยังอาศัยองค์ประกอบความผิดคือการเสพวัตถุออกฤทธิ์เมทแอมเฟตามีนประกอบกับการขับรถยนต์ด้วยจึงจะเป็นความผิด การกระทำผิดตามกฎหมายดังกล่าวจึงเป็นความผิดที่เกิดจากการกระทำหลายอย่างประกอบกันซึ่งการเสพวัตถุออกฤทธิ์เป็นองค์ประกอบความผิดส่วนหนึ่ง ดังนั้นการกระทำของจำเลยตามฟ้องจึงเป็นกรรมเดียว เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท หาใช่ความผิดหลายกรรมต่างกันตามฟ้องโจทก์ไม่ ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น..." พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยกระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์4 ครั้ง ตามที่พนักงานคุมประพฤติและจำเลยเห็นสมควรและให้จำเลยละเว้นการเสพวัตถุออกฤทธิ์หรือยาเสพติดให้โทษทุกชนิด นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2100/2540 พนักงานอัยการจังหวัดพิษณุโลก โจทก์ นาย จักรพงศ์ ถาปาวงศ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดพิษณุโลก · จำเลย - นาย จักรพงศ์ ถาปาวงศ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อรรถนิติ ดิษฐอำนาจ · อุดม มั่งมีดี · อรุณ น้าประเสริฐ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7217/2544ฎีกา 1514/2532ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 5305/2539ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1774/2536ฎีกา 1715/2545ฎีกา 633/2540ฎีกา 1398/2506ฎีกา 3911/2568ฎีกา 1331/2523ฎีกา 5487/2548ฎีกา 7281/2537ฎีกา 1666/2521ฎีกา 7194/2539ฎีกา 3310/2541ฎีกา 34/2521ฎีกา 3159/2532ฎีกา 9083/2544ฎีกา 3107/2533ฎีกา 1386/2521ฎีกา 3789/2532ฎีกา 1020/2525ฎีกา 2654/2517
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ