⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5176/2541

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5176/2541

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ธนาคารโอนเงินเข้าบัญชีลูกค้าซ้ำซ้อนโดยลูกค้าได้รับเงินจำนวนดังกล่าวไปแล้ว ถือว่าลูกค้าได้รับเงินโดยไม่สุจริต และต้องคืนเงินส่วนที่ได้รับเกินมาให้แก่ธนาคาร. อายุความคดีลาภมิควรได้ให้เริ่มนับแต่วันที่ผู้เสียหายได้รู้หรือควรรู้ถึงสิทธิของตน.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเปิดบัญชีกับโจทก์สองบัญชี เป็นบัญชีกระแสรายวันและบัญชีออมทรัพย์ที่สาขาย่อยสะพานปลาระนอง เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2537 ลูกค้าของจำเลยนำเช็คธนาคารแห่งประเทศไทย จำนวนเงิน 1,000,000 บาท พร้อมเงินสด59,518 บาท มาฝากเข้าบัญชีออมทรัพย์ของจำเลยโดยวิธีโอนเงินจากสาขาระนองมายังสาขาย่อยสะพานปลาระนอง สาขาระนองดำเนินการโอนเงินแล้ว ปรากฏที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ว่าการสื่อสารปลายทางขัดข้อง ลูกค้าของโจทก์จึงนำเช็คพร้อมเงินสดจำนวนดังกล่าวกลับไป แล้วนำไปฝากเข้าบัญชีออมทรัพย์ของจำเลยที่สาขาย่อยสะพานปลาระนองในวันเดียวกัน ต่อมาโจทก์ตรวจสอบบัญชีของโจทก์พบว่าเกิดการผิดพลาดเพราะสาขาระนองสามารถโอนเงินจำนวนดังกล่าวเข้าบัญชีเงินฝากของจำเลยในวันที่ 28 ธันวาคม 2537 ได้ บัญชีของจำเลยจึงมีรายการซ้ำซ้อน ทำให้เงินในบัญชีของจำเลยเพิ่มขึ้น 1,059,518 บาท ดังนี้ เมื่อลูกค้าของจำเลยรับเช็คและเงินสดคืนไปจากโจทก์สาขาระนองและนำมาเข้าบัญชีออมทรัพย์ของจำเลยที่สาขาย่อยสะพานปลาระนองแล้ว สาขาระนองของโจทก์จึงไม่ต้องโอนเงินมาเข้าบัญชีของจำเลยที่สาขาย่อยสะพานปลาระนองอีก การที่เกิดการผิดพลาดโดยสาขาระนองของโจทก์โอนเงินมาเข้าบัญชีของจำเลยที่สาขาย่อยสะพานปลาระนองอีกและจำเลยรับเงินจำนวนที่โอนมาไว้โดยที่จำเลยได้รับเงินจำนวนเดียวกันจากลูกค้าของจำเลยแล้ว ถือไม่ได้ว่าจำเลยรับเงินจากโจทก์ไว้โดยสุจริต จำเลยจึงต้องคืนเงินที่รับเกินมาทั้งหมดให้โจทก์ และอายุความเรื่องลาภมิควรได้ในกรณีเช่นนี้ ย่อมเริ่มนับตั้งแต่วันที่ฝ่ายตรวจสอบบัญชีของโจทก์ตรวจพบในวันที่ 24 มีนาคม 2538โจทก์ฟ้องคดีในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2539 ฟ้องโจทก์จึงไม่ขาดอายุความตามป.พ.พ.มาตรา 419

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.406 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.412 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.419

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ จำกัด · จำเลย - นายจงรักษ์ วาดรักชิต
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สันติ ทักราล · ณรงค์ศักดิ์ วิจิตรสาระวงศ์ · เรืองฤทธิ์ ศรีวรรธนะ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดระนอง - นายไพบูลย์ ชูเกียรติศิริ · ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ - นายดลจรัส รัตนโศภิต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1111/2494ฎีกา 1608/2529ฎีกา 9150/2539ฎีกา 9091/2538ฎีกา 4590/2553ฎีกา 6607/2560ฎีกา 8755/2551ฎีกา 823/2548ฎีกา 2569/2521ฎีกา 2013/2531ฎีกา 299/2490ฎีกา 4797/2541ฎีกา 1061/2511ฎีกา 846/2481ฎีกา 3362/2537ฎีกา 663/2488ฎีกา 1008/2510ฎีกา 2564/2546ฎีกา 3940/2528ฎีกา 1631-1634/2508ฎีกา 2518/2517ฎีกา 8012/2568ฎีกา 769/2502ฎีกา 1550/2479
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา