⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5506/2541

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5506/2541

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่เกิดจากความโกรธชั่วขณะ ไม่ใช่เหตุร้ายแรงถึงชีวิต และมีพฤติการณ์ที่แสดงว่าจำเลยไม่ได้มีเจตนาฆ่า แต่มีเจตนาทำร้ายร่างกาย ถือเป็นการทำร้ายร่างกาย ไม่ใช่พยายามฆ่า

ย่อคำพิพากษา

จำเลยฟันผู้เสียหายเพียงครั้งเดียวโดยมีสาเหตุมาจากจำเลยด่าว่าผู้เสียหายและถามว่าไปเอาตู้กับข้าวของใครมาผู้เสียหายบอกให้จำเลยดูให้ดีเสียก่อนสาเหตุเพียงเท่านี้มิใช่สาเหตุร้ายแรงถึงกับจะต้องเอาชีวิตกัน ทั้งได้ความว่าม. ได้เข้าห้ามจำเลยก็เชื่อฟัง นอกจากนี้มีดที่จำเลยใช้เป็นอาวุธก็เป็นมีดทำครัวทั้งใบมีดและด้ามมีความยาวเพียงประมาณ 1 ฟุต ถือไม่ได้ว่าเป็นมีดขนาดใหญ่ บาดแผลที่ผู้เสียหายได้รับก็มีขนาดเพียง 1 คูณ 5 เซนติเมตร ไม่ปรากฏว่ากระดูกแขนบริเวณที่ถูกฟันแตกหรือหักแต่อย่างใด ฟังไม่ได้ว่าจำเลยฟันโดยแรง ส่วนที่จำเลยพูดว่ามึงตายเสียเถอะอย่าอยู่เลย นั้น ก็น่าจะเกิดจากความโมโหที่ทะเลาะกันและน่าจะเป็นเพียงการข่มขู่มากกว่าที่จะประสงค์ทำตามนั้นจริงพฤติการณ์ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนาฆ่า คงฟังได้เพียงว่าจำเลยมีเจตนาทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 ประมวลกฎหมายอาญา ม.295

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 371, 80, 33 และริบมีดของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 ประกอบมาตรา 80, 371 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันเรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานพยายามฆ่าผู้อื่น จำคุก 10 ปี ฐานพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้านทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร ปรับ 90 บาท รวมจำคุก 10 ปีและปรับ 90 บาท จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน ทั้งนำสืบเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก6 ปี 8 เดือนและปรับ 60 บาท ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบมีดของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297(8) จำคุก 2 ปี ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี 4 เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยใช้มีดของกลางฟันผู้เสียหายถูกที่แขนซ้ายจนเอ็นขาด เป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัส มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าจำเลยฟันผู้เสียหายโดยเจตนาฆ่าหรือไม่โจทก์มีผู้เสียหายมาเบิกความว่าในวันเกิดเหตุผู้เสียหายนำรถสามล้อบรรทุกตู้กับข้าวมาจากบ้านยายของผู้เสียหายเมื่อกลับมาถึงหน้าบ้านของผู้เสียหายพบจำเลย จำเลยด่าผู้เสียหายว่า มึงอีดอกทองเอาตู้ใครมา ผู้เสียหายบอกให้จำเลยดูให้ดีเสียก่อน ขณะนั้นจำเลยอยู่ห่างผู้เสียหายประมาณ 3 เมตรจำเลยไม่โต้ตอบแต่ชักมีดทำกับข้าวยาวประมาณ 1 ฟุต ซึ่งเหน็บอยู่ข้างหลังออกมาแล้ววิ่งเข้ามาหาผู้เสียหายพร้อมกับพูดว่ามึงตายเสียเถอะ อย่าอยู่เลย ผู้เสียหายจึงวิ่งหนีพร้อมกับร้องให้คนช่วย ผู้เสียหายวิ่งไปติดที่มุมบ้านของคนอื่น จำเลยใช้มีดฟันผู้เสียหายโดยกะฟันที่บริเวณศีรษะ หรือใบหน้า แต่ผู้เสียหายหลบจึงฟันไม่ถูก จำเลยฟันอีกครั้งหนึ่ง ผู้เสียหายใช้แขนซ้ายรับ คมมีดถูกที่แขนผู้เสียหาย แล้วผู้เสียหายวิ่งหนีขึ้นไปบนถนนและร้องให้คนช่วย มีคนมาห้ามแล้วพาผู้เสียหายไปโรงพยาบาล นางมะรินดา ปทุมมาเกษร พยานโจทก์อีกปากหนึ่งเบิกความตอบคำซักถามของโจทก์ว่า วันเกิดเหตุพยานอยู่หน้าบ้านของพยานได้ยินเสียงคนทะเลาะกันที่หน้าบ้านผู้เสียหาย แล้วเห็นจำเลยวิ่งไล่ตามผู้เสียหาย จำเลยใช้มีดยาวประมาณ 1 ฟุต ฟันที่บริเวณศีรษะ ของผู้เสียหาย แต่ผู้เสียหายใช้แขนรับหลังจากนั้นผู้เสียหายวิ่งขึ้นไปบนถนน จำเลยวิ่งไล่ตาม พยานเข้าห้ามและบอกให้ผู้เสียหายไปโรงพยาบาล แล้วเบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านว่า เห็นจำเลยฟันผู้เสียหายครั้งเดียวฟันแล้วไม่ได้ฟันซ้ำอีก ถูกฟันแล้วผู้เสียหายเดินขึ้นไปบนถนนส่วนจำเลยยังอยู่ที่เดิม จำเลยมีอาการตกใจหน้าซีด และเบิกความตอบโจทก์ถามติงว่าหลังจากพยานเข้าห้ามจำเลยก็เชื่อฟังจำเลยเดินออกไปทางหนึ่ง ผู้เสียหายเดินไปอีกทางหนึ่งจำเลยเบิกความว่าก่อนเกิดเหตุจำเลยจะไปถามหาเตารีดที่สามีเอาไปที่บ้านผู้เสียหาย ผู้เสียหายเข้าใจว่าจำเลยจะไปตามสามีจึงทะเลาะกัน จำเลยฟันผู้เสียหาย 1 ครั้ง ถูกที่แขนซ้ายนางติ๋มเข้าห้ามจำเลยจึงหยุด เห็นว่า นางมะรินดาพยานโจทก์ซึ่งเป็นคนกลางเบิกความเจือสมคำเบิกความของจำเลยข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยฟันผู้เสียหายเพียงครั้งเดียวสำหรับสาเหตุที่จำเลยฟันก็ได้ความตามคำเบิกความของผู้เสียหายเพียงว่า จำเลยด่าว่าผู้เสียหายและถามผู้เสียหายว่าไปเอาตู้กับข้าวของใครมาผู้เสียหายบอกให้จำเลยดูให้ดีเสียก่อนสาเหตุเพียงเท่านี้มิใช่สาเหตุร้ายแรงถึงกับจะต้องเอาชีวิตกันทั้งได้ความจากคำเบิกความของนางมะรินดาว่า เมื่อพยานเข้าห้ามจำเลยก็เชื่อฟัง นอกจากนี้มีดที่จำเลยใช้เป็นอาวุธก็เป็นมีดทำครัวทั้งใบมีดและด้ามมีความยาวเพียงประมาณ 1 ฟุตถือไม่ได้ว่าเป็นมีดขนาดใหญ่ดังที่โจทก์ฎีกา บาดแผลที่ผู้เสียหายได้รับมีขนาดเพียง 1 คูณ 5 เซ็นติเมตร ไม่ปรากฏว่ากระดูกแขนบริเวณที่ถูกฟันแตกหรือหักแต่อย่างใด จึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยฟันโดยแรงดังที่โจทก์ฎีกา ส่วนที่จำเลยพูดว่า มึงตายเสียเถอะอย่าอยู่เลย นั้น ก็น่าจะเกิดจากความโมโหที่ทะเลาะกันและน่าจะเป็นเพียงการข่มขู่มากกว่าที่จะประสงค์จะทำตามนั้นจริงพฤติการณ์ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหายคงฟันได้เพียงว่าจำเลยมีเจตนาทำร้ายร่างกายผู้เสียหายดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5506/2541 พนักงานอัยการ จังหวัด อุตรดิตถ์ โจทก์ นาง บัง อรหรืออร วินจชัย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด อุตรดิตถ์ · จำเลย - นาง บัง อรหรืออร วินจชัย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สิงหะ สัตยธรรม · วินัย วิมลเศรษฐ · คงศักดิ์ วัชรคงศักดิ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 789/2480ฎีกา 226/2529ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1162/2508ฎีกา 729/2483ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 3237/2543ฎีกา 530/2483ฎีกา 18654/2555ฎีกา 2292/2540ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 1165/2537ฎีกา 5957/2530ฎีกา 693/2526ฎีกา 1189/2537ฎีกา 110/2513ฎีกา 769-770/2539ฎีกา 1215/2501
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ