⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5599/2541

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5599/2541

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าพนักงานกระทำการใดๆ ในหน้าที่โดยไม่มีอำนาจ ถือเป็นการปลอมเอกสารราชการ และการนำเอกสารที่ตนเองปลอมขึ้นไปใช้ ถือเป็นการใช้เอกสารราชการปลอม

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจเขียนข้อความลงในใบสั่งจ่ายน้ำมัน ทั้ง ๆ ที่ทราบว่าตนไม่มีอำนาจกระทำได้ จึงเป็นความผิดฐานปลอมเอกสาร การที่จำเลยนำเอกสารปลอมไปยื่นต่อพนักงานของ สถานีบริการน้ำมันเพื่อประโยชน์ในการเติมน้ำมันใส่รถยนต์ของจำเลย จึงมีความผิดฐานใช้เอกสารปลอมด้วย เอกสารใบสั่งจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงดังกล่าวเป็นเอกสารซึ่งเจ้าพนักงานตำรวจผู้ทำหน้าที่พลขับจะต้องกรอกข้อความให้ชัดเจนว่าเติมน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อใช้ในราชการใด จำนวนเท่าใด จึงเป็นการทำขึ้นในหน้าที่ อันเป็นเอกสารราชการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 1(8) การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานปลอมเอกสารราชการและใช้เอกสารราชการปลอม ใบสั่งจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงที่ถูกลักไป ต่อมาตกอยู่ในความ ครอบครองของจำเลย เมื่อจำเลยนำไปกรอกข้อความเพื่อใช้สิทธิเติมน้ำมัน ย่อมแสดงให้เห็นว่าจำเลยทราบว่าใบสั่งจ่าย น้ำมันเชื้อเพลิงดังกล่าวได้มาจากการกระทำผิดฐานลักทรัพย์ จำเลยจึงมีความผิดฐานรับของโจร

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.1 ประมวลกฎหมายอาญา ม.265 ประมวลกฎหมายอาญา ม.268 ประมวลกฎหมายอาญา ม.357

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 188, 264, 265, 268, 335, 357, 91 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 265, 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265 และมาตรา 357 วรรคแรกการกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันเรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานรับของโจร จำคุก 1 ปีฐานปลอมเอกสารราชการ 3 กระทง และฐานใช้เอกสารปลอม 3 กระทงแต่จำเลยใช้เอกสารปลอมขึ้นเองจึงลงโทษฐานใช้เอกสารราชการปลอมตามมาตรา 268 วรรคสอง เพียง 3 กระทง จำคุกกระทงละ 1 ปีรวมจำคุก 4 ปี ข้อหาอื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยในข้อหาใช้เอกสารราชการปลอม 3 กระทง จำคุกกระทงละ 6 เดือน เมื่อรวมกับโทษในข้อหารับของโจรตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้วเป็นจำคุก 2 ปี 6 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกาโดยผู้พิพากษาซึ่งลงในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า ขณะเกิดเหตุจำเลยรับราชการอยู่ที่สถานีตำรวจทางหลวง 1 กองกำกับการ 5 จังหวัดตาก ในตำแหน่งพนักงานวิทยุประจำสถานีและเคยได้รับมอบหมายให้เป็นพนักงานประจำรถโดยนั่งรถวิทยุตำรวจทางหลวงไปกับเจ้าพนักงานตำรวจซึ่งเป็นผู้บังคับรถหรือพลขับในการเบิกจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงที่นำมาใช้กับรถวิทยุตำรวจดังกล่าว ทางสถานีตำรวจทางหลวง 1 กองกำกับ 5จังหวัดตากมีข้อตกลงกับสถานีบริการน้ำมันรวม 3 แห่งห้างหุ้นส่วนจำกัดพงษ์เกษตรบริการเป็นสถานีบริการน้ำมันแห่งหนึ่งที่มีข้อตกลงกับสถานีตำรวจทางหลวง 1 โดยตกลงว่าเมื่อมีการนำรถยนต์ตำรวจของสถานีตำรวจทางหลวง 1 กองกำกับการ 5จังหวัดตาก มาเติมน้ำมัน พลขับประจำรถแต่ผู้เดียวจะเป็นผู้กรอกข้อความในใบสั่งจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง แล้วมอบให้สถานีบริการน้ำมันไว้แล้วสถานีบริการน้ำมันจะให้พลขับลงชื่อในใบยืมสินค้า เมื่อครบกำหนดหนึ่งเดือนจึงจะนำใบสั่งจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงมาเบิกเงินจากสถานีตำรวจดังกล่าวต่อมาตามวันเวลาที่โจทก์ฟ้อง ใบสั่งจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง เลขที่ 742288, 742396และ 682887 ซึ่งอยู่ในความครอบครองของนายดาบตำรวจสุรชัย จินดากูลจ่าสิบตำรวจวุฒิ ผลเจริญ และนายดาบตำรวจชลิต ปราณี ตามลำดับถูกคนร้ายลักไป ต่อมาวันที่ 17 มิถุนายน 2534 วันที่ 18มิถุนายน 2534 และวันที่ 5 กรกฎาคม 2534 มีผู้นำใบสั่งจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงดังกล่าวไปกรอกข้อความแล้วนำไปยื่นต่อนายเพชรยิ้มงาม และนายสมเดช เกษรังสรรค์ พนักงานของสถานีบริการน้ำมันห้างหุ้นส่วนจำกัดพงษ์เกษตรบริการ เพื่อเติมน้ำมันเชื้อเพลิงตามเอกสารหมาย จ.1 ป.จ.1 (ศาลจังหวัดตาก) และ ป.จ. 3(ศาลจังหวัดตาก) ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการแรกมีว่า จำเลยกระทำความผิดฐานปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอมหรือไม่ เห็นว่าพยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักมั่นคงฟังได้ว่า จำเลยเป็นผู้เขียนข้อความลงในใบสั่งจ่ายน้ำมัน ทั้ง ๆ ที่ จำเลยทราบดีว่าไม่มีอำนาจกระทำเช่นนั้นได้ จำเลยจึงต้องมีความผิดฐานปลอมเอกสารและข้อเท็จจริงยังฟังได้ต่อไปว่า จำเลยนำเอกสารปลอมไปยื่นต่อพนักงานของสถานีบริการน้ำมันเพื่อประโยชน์ในการเติมน้ำมันใส่รถยนต์ของจำเลย จำเลยจึงต้องมีความผิดฐานใช้เอกสารปลอมด้วยและเอกสารใบสั่งจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงดังกล่าวเป็นเอกสารซึ่งเจ้าพนักงานตำรวจซึ่งทำหน้าที่พลขับจะต้องกรอกข้อความให้ชัดเจนว่าเติมน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อใช้ในราชการใด จำนวนเท่าใดอันเป็นการทำขึ้นในหน้าที่ จึงเป็นเอกสารราชการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 1(8) จำเลยจึงมีความผิดฐานปลอมเอกสารราชการปลอม ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยประการต่อไปมีว่า จำเลยกระทำความผิดฐานรับของโจรหรือไม่ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ใบสั่งจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงถูกลักไป ต่อมาได้ตกอยู่ในความครอบครองของจำเลย โดยจำเลยนำไปกรอกข้อความเพื่อใช้สิทธิเติมน้ำมันทั้ง ๆ ที่จำเลยไม่มีสิทธิที่จะทำได้ แสดงว่าจำเลยรับไว้โดยทราบว่าใบสั่งจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงได้มาจากการกระทำผิดฐานลักทรัพย์จำเลยจึงมีความผิดฐานรับของโจร พยานหลักฐานจำเลยไม่สามารถหักล้างพยานโจทก์ได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5599/2541 พนักงานอัยการ จังหวัด กำแพงเพชร โจทก์ นาย ดาบตำรวจ ทอง เจือ บุญ สุวรรณ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด กำแพงเพชร · จำเลย - นาย ดาบตำรวจ ทอง เจือ บุญ สุวรรณ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมลักษณ์ จัดกระบวนพล · สมปอง เสนเนียม · อนันต์ โรจนเนืองนิตย์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2918/2522ฎีกา 98/2537ฎีกา 824/2535ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 3911/2568ฎีกา 3081/2527ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1250/2520ฎีกา 113/2566ฎีกา 4009/2566ฎีกา 1368/2509ฎีกา 7993/2547ฎีกา 4048/2528ฎีกา 18654/2555ฎีกา 2766/2546ฎีกา 337/2535ฎีกา 6863/2543ฎีกา 5138/2537ฎีกา 831/2532ฎีกา 3535/2528ฎีกา 5090/2565ฎีกา 5702/2533ฎีกา 2274/2525ฎีกา 581/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ