คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1597/2542
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีมีการให้บัญชีเดินสะพัดเดินต่อไปหลังจากครบกำหนดสัญญาเดิม และผู้รับประโยชน์ยังมิได้บอกเลิกสัญญา ถือว่าหนี้ยังไม่ถึงกำหนดชำระ ผู้รับประโยชน์จึงไม่อาจบังคับชำระหนี้จากทรัพย์สินที่จำนองไว้ได้
ย่อคำพิพากษา
ในวันที่จำเลยจดทะเบียนจำนองทรัพย์พิพาทไว้แก่ผู้ร้อง ส.มีหนี้กู้เบิกเงินเกินบัญชีกับผู้ร้องอยู่ก่อนแล้ว ดังนี้ แม้ ส.จะขอต่ออายุสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีออกไป 12 เดือนก็ตาม แต่หลังจากครบกำหนดดังกล่าวแล้ว ผู้ร้องและ ส.ยังคงให้บัญชีเดินสะพัดเดินอยู่ต่อไป ทั้งปรากฏว่าผู้ร้องยังมิได้บอกเลิกสัญญาและยังให้บัญชีเดินสะพัดเดินต่อไป จึงเห็นได้ว่าคู่สัญญายังไม่ถือว่ามีการผิดนัด เมื่อหนี้ตามสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีระหว่าง ส.กับผู้ร้องยังไม่ถึงกำหนดชำระ ผู้ร้องจึงไม่อาจอาศัยอำนาจแห่งการจำนอง บังคับชำระหนี้เอาจากทรัพย์สินของจำเลยที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดไว้ ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 289 ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางบลรัตน์ ผลบุญ · ผู้ร้อง - ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) · จำเลย - หิ้น มัคราเรืองหรือนัคราเรือง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พูนศักดิ์ จงกลนี · วินัย วิมลเศรษฐ · วิชา มหาคุณ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี - นายสัมพันธ์ พิทักษ์แท้ · ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ - นายตรีวุฒิ สาขากร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา